Primal Fear

posted on 13 Jan 2012 12:05 by rebirthera in Band-of-the-Week

 

อัลบัมชุดใหม่ของ Primal Fear นอกจากจะได้ Alex Beyrodt ในตำแหน่งกีตาร์แล้ว ยังถือว่าเป็นอัลบัมครบรอบ 15 ปีของวงด้วย วันนี้เราได้ Ralf Scheepers ซึ่งจะมาไขข้อข้องใจและตอบคำถามเกี่ยวกับอัลบัม Unbreakable นี้ 

Q : สวัสดีครับ ดูเหมือนอัลบัมใหม่ของ Primal Fear จะออกมาให้เราฟังกันแล้ว ผมต้องยอมรับเลยว่าคุณเป็นวงที่ออกผลงานอย่างสม่ำเสมอมากวงหนึ่ง อะไรทำให้คุณมีไอเดียในการทำงานออกมาเรื่อยๆแบบนี้ครับ

Scheepers : อย่างแรกที่ผมต้องบอกเลยคือเรามีทีมที่ดีครับ ในวงของเรามีนักแต่งเพลงถึง 4 คนคือ Matt (เบส) Alex (กีตาร์) Magnus (กีตาร์) และผม พวกเราทุกคนมีไอเดียแล้วก็จุดมุ่งหมายร่วมกันในการเขียนเพลงอยู่แล้ว ซึ่งโดยปกติพวกเราจะมานั่งสุมหัวกันเพื่อพูดคุยถึงแนวทางในงานชุดนี้ ในอัลบัมชุดใหม่เราต้องการเดินตามแนวทางของอัลบัมแรก Jaws of Death และหนักหน่วงแบบอัลบัม Nuclear Fire เพลงในชุดนี้จะค่อนข้างกลับไปเหมือนๆงานยุคแรกของเรา

Q : แล้วมันยากหรือง่ายครับ ในการที่กลับไปหาซาวนด์ดั้งเดิมของพวกคุณ

Scheepers : มันก็ไม่ยากหรอก มันเป็นไปโดยธรรมชาติมากๆ เราไม่ต้องไปคิดอะไรมาก แค่เล่นมันออกมาแล้วถ้ารู้สึกว่าใช่ มันก็ใช่ ถ้า Matt หรือ Magnus เขียนเพลงขึ้นมา ผมก็จะเป็นคนเขียนเนื้อเรื่อง ซึ่งพวกเราจะรู้กันอยู่แล้วว่าต่างคนต่างชอบเขียนเพลงประมาณไหน อาจจะเพราะว่าเราอยู่ด้วยกัน ทำงานด้วยกันมาหลายปีแล้ว ทุกอย่างมันลงตัวก็เลยง่าย

Q : คุณกับ Matt เองก็เป็นสมาิชิกยุคดั้งเดิมของวงที่อยู่กันมามากกว่า 15 ปีแล้ว คุณเคยเบื่อทำงานร่วมกันบ้างมั้ย

Scheepers : เราเป็นเพื่อนกันมาหลายปี แล้วก็ทำงานด้วยกันมานานมากแล้ว และเราก็ไว้ใจกันและกัน ซึุ่งนั่นมันเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเลย เราผ่านทั้งเรื่องดีทั้งเรื่องร้ายมาด้วยกัน เจอทั้งปัญหาที่มาจากทั้งภายในและภายนอก มันทำให้ความสัมพันธ์ของเราเข้มแข็งขึ้น และแน่นอนเรามีฐานแฟนเพลงที่แข็งแกร่งด้วย และนั่นทำให้เรามีกันและกันอยู่จนถึงทุกวันนี้ เพราะแบบนี้แหละ เราถึงตั้งชื่ออัลบัมชุดนี้ว่า Unbreakable ไง

Q : อีกเรื่องคือ Alex Beyrodt เป็นมือกีตาร์ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว การได้เขามาร่วมงานในอัลบัมชุดนี้ มันทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นหรือเปล่า

Scheepers : ผมว่าเราจะได้เห็นกันตอนที่เขาออกไปแสดงสดร่วมกับเรานะ Alex เป็นเพื่อนเรามานานแล้ว เขาเคยเป็นสมาชิกของวงช่วงหนึ่งด้วย (1999) และก็เคยช่วยเหลือเราในหลายๆเรื่อง เืมื่อปีก่อนเราได้ทัวร์ร่วมกับวงของเขาที่แถบอเมริกาใต้้ ซึ่งมันสนุกมาก Alex สามารถเล่นเข้าขากับ Magnus ได้ดี ซึ่งเป็นข้อยืนยันว่าอัลบัมนี้มันต้องเจ๋งแน่ๆ เพราะว่าภาคกีตาร์ก็เข้มแข็งซะขนาดนี้แล้ว

Q : คุณหมายถึงว่าอัลบัมนี้จะเน้นในส่วนของพาร์ทกีตาร์มากขึ้นใช่มั้ยครับ

Scheepers : นั่นก็เป็นเป้าหมายข้อหนึ่งในการทำอัลบัมชุดนี้นะ จริงๆ Primal Fear เป็นวงที่เน้นกีตาร์เป็นหลักอยู่แล้ว เราเคยทำอัลบัมที่ออกแนวทดลองๆมาแล้วแบบ New Religion หรือ 16:6 แต่ท้ายทีุ่สุดพวกเราก็เป็นวงเฮฟวีเมทัลพันธุ์แท้นะ

Q : ผมรู้สึกว่า ตั้งแต่ฟังงานของ Primal Fear มา เสียงร้องของคุณไม่เคยตกเลย ซ้ำยังแข็งแกร่งขึุ้้้นด้วย อยากทราบว่ามีเคล็ดลับในการดูแลเสียงอย่างไรบ้างครับ

Scheepers : ผมก็พยายามรักษาสุขภาพตัวเองให้แข็งแรงนั่นแหละ แต่มันก็ไม่ง่ายหรอกนะ ฮ่าๆ ผมพยายามที่จะนอนเยอะๆ แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้ ฮ่าๆ แต่ผมว่านั่นและคือการดูแลเสียงคุณที่ดีที่สุด บ้านผมมีโฮมสตูดิโออยู่ ผมจะซ้อมร้องและเอาเสียงผมมาฟังบ่อยๆเพื่อหาจุดเสีย ข้อบกพร่อง แล้วแก้ไขมัน ผมจำได้ว่ามีครั้งหนึ่งที่ผมบันทึกเสียงร้อง แล้วคนอื่นในวงก็บอกว่าดีแล้ว แต่ผมรู้สึกว่ามันไม่ดีเท่าไหร่ ก็เลยกลับไปบันทึุเสียงอีกรอบที่โฮมสตูดิโอนั้น จนกว่าผมจะได้เสียงที่พอใจ ฮ่าๆ

Q : ทำไมคุณถึงตัดสินใจตัดเพลง Bad Guys Wear Black มาเป็นซิงเกิลแรกครับ

Scheepers : พวกเราคุยกันถึงเรื่องที่ว่าจะตัดเพลงไหนมาเป็นซิงเกิลดี สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึงคือความยาวของเพลง คุณคงไม่สามารถตัดเพลงที่ยาว 6 นาทีกว่ามาเป็นซิงเกิลได้ เพราะเท่ากับว่าคุณต้องถ่ายทำมิวสิควิดีโอยาวถึง 6 นาทีเหมือนกัน อย่างที่คุณรู้นะว่าธุรกิจดนตรีเดียวนี้มันไม่ได้เข้มแข็งเหมือนเมื่อ 20 ปีที่แล้วอีกต่อไป สังกัดไม่มีงบประมาณพอที่จะลงทุนไปกับการทำมิวสิควิดีโอหรอก ดังนั้นเราจึงเลือกเพลงนี้เพราะคิดว่ามันเหมาะสมที่สุดแล้ว

Q : คุณคิดว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ Primal Fear รวมถึงวงเยอรมันวงอื่นในสายเพาเวอร์เมทัลอย่าง Blind Guardian, Gamma Ray, และ Helloween ยังคงประสบความสำเร็จได้จนถึงทุกวันนี้ครับ

Scheepers : ผมว่ามันน่าจะเป็นเรื่องของคุณภาพมากกว่า เราฝึกฝนและซ้อมกันหลายชั่วโมงและเป็นปีกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ผมเรียนรู้หลายๆอย่างจากการทำงานร่วมกับวง Gamma Ray ตั้งแต่ผมอายุ 16 ปี คือพวกเราทุ่มเททุกอย่างให้ดนตรีจนหมด ดังนั้นมันก็น่าจะเป็นเรื่องของคุณภาพทั้งเพลงและโชว์ของวงที่ทำให้ยังอยู่กันจนถึงทุกวันนี้

Q : ช่วยพูดถึงประสบการณ์ที่คุณได้จากการร่วมงานกับ Gamma Ray หน่อยได้มั้ย

Scheepers : โห มันเยอะมากๆเลยนะ โดยเฉพาะเรื่องทัวร์ ผมได้มีโอกาสไปเห็นที่ต่างๆทั่วโลก รวมถึงการทำงานในสตูดิโอนานๆที่ไม่ใช่แค่ 2-3 อาทิตย์ แต่เป็น 2-3 เดือน ในอัลบัม Heading For Tomorrow ผมเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากตอนนั้นมาก และทุกสิ่งก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง ผมยังนับถือ Kai Hansen เหมือนเดิม เรายังคงเป็นเพื่อนกันจนถึงทุกวันนี้ 

Q : ผมว่าหลายคนอาจจะไม่รู้ว่าคุณเคยลงออดิชันเพื่อเป็นนักร้องของ Judas Priest สมัยที่ Halford เพิ่งออกจากวงด้วย ไม่น่าเชื่อเลยนะว่า เรื่องมันผ่านมากว่า 15 ปีแล้ว คุณเคยรู้สึกเสียใจมั้ยที่คุณพลาดตำแหน่งนั้นไป

Scheepers : ไม่เลย ผมแฮปปีกับทุกอย่างในวันนี้ ผมเชื่อว่า Tim Owen เองก็แฮปปี ทั้งเรื่องที่เขาได้เป็นนักร้องนำของวงหรือต้องหลีกทางให้ตอนที่ Halford จะกลับมาร่วมงานกับ Priest อีกครั้ง ผมดีใจที่ทุกอย่างออกมาเป็นแบบนั้น เพราะไม่เช่นนั้นมันอาจจะไม่มี Primal Fear ในทุกวันนี้ก้ได้

Q : แล้วคุณคิดว่ามันจะไม่มี Primal Fear จริงๆหรอ ถ้าคุณได้เป็นนักร้องนำของ Priest ณ เวลานั้น

Scheepers : จริงๆตอนที่ผมออกจาก Gamma Ray ใหม่ๆ ผมมีึความคิดที่จะเลิกทุกอย่างแล้วจริงๆ รวมถึงจะไม่ไปสมัครออดิชันกับ Judas Priest ด้วย ในตอนนั้นผมผิดหวังกับแวดวงมาก ซึ่ง Matt เขามาช่วยผมไว้ เราได้เขียนเพลงและบันทึกเสียงกัน ส่งเดโมเทปออกไป และก้ได้รับการติดต่อกลับมา ซึ่งนั่นมันเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมจริงๆ

Q : สุดท้ายแล้ว มีอะไรจะฝากถึงแฟนเพลงหรือเรื่องการออกทัวร์มั้ย

Scheepers : ผมก็หวังว่าเราจะได้ไปเล่นในที่ๆคุณอยู่เร็วๆ ขอบคุณที่ิติดตามผลงานของเราครับ

Comment

Comment:

Tweet

Recommend