Divine Ascension

posted on 27 Nov 2011 14:42 by rebirthera in Band-of-the-Week
 
โปรเกรสสีฟเพาเวอร์เมทัลหน้าใหม่มาแรงจากออสเตรเลียกับอัลบัมเต็มชุดแรก As The Truth Appears ซึ่งเซ็นสัญญากับ Nightmare Records เสียด้วย วันนี้เรามาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องอัลบัมใหม่ ซึ่งต้องบอกว่าพวกเขาตอบมายาว อ่านกันจุใจมากมาย
 
Q : ก่อนอื่นเลย ช่วยเล่าประวัติของ Divine Ascension ให้เมทัลเฮดชาวไทยฟังคร่าวๆหน่อยได้มั้ยครับ
 
Karl : Divine Ascension เป็นวงโปรเกรสสีฟเมทัลประเภท Female Fronted จากเมลเบิร์น ออสเตรเลีย ครับ พวกเราฟอร์มวงกันมาตั้งแต่ปี 2007 ซึ่งสมาชิกดั้งเดิมของเราคือ Robb (กีตาร์) กับ Luke (กลอง) ซึ่งตอนนั้นได้ร่วมเล่นแจมกับสมาชิกวงอื่น จากนั้น Jen (ร้องนำ) ก็เข้ามา ซึ่งตอนนั้นเธอค่อนข้างใหม่กับแวดวงเมทัลมาก เพราะเธอมีพื้นฐานมาจากการร้องเพลงละครและคาบาเรต ซึ่งเธอมีความสนใจในการเรียบเรียงเมโลดีและเสียงร้องของดนตรีเมทัล ส่วนผมเป็นสมาชิกน้องคนสุดท้องครับ เข้ามาหลังสุดในขณะที่สมาชิกในตำแหน่งอื่นครบแล้ว
 
ก่อนที่เราจะเริ่มต้นเล่นโชว์เล็กๆในเมลเบิร์น เราก็อยากให้คนรู้จักเพลงของเราจึงตัดสินใจทำเดโมออกมาก่อน ซึ่งเดโมตัวนั้นมันถูกอัดกันสดๆขึุ้นมาในปี 2007 แล้วเราก็นำมันไปวางขายตามร้านระดับท้องถิ่น และตามงานที่เราไปเล่น ซึุ่งมันก็ค่อนข้างเป็นที่รู้จักและทำให้เราได้ไปเล่นโชว์ร่วมกับวง Vanishing Point, Lord และ Crimson Fire ซึ่งเป็นโชว์ที่น่าจดจำมาก แล้วก็โชว์การกุศลของสถานีวิทยุ PBS ด้วย
 
หลังจากนั้นเราก็เริ่มต้นเขียนเพลงสำหรับอัลบัมแรก As The Truth Appears ซึ่งเราใช้เวลาในการทำมันปีนึงเต็มๆ ซึ่งตอนนั้นมันก็มีปัญหาเรื่องสมาชิกวงที่พวกเขาต้องออกไปด้วย พวกเรา 4 คนเลยต้องมุ่งหน้าทำอัลบัมให้เสร็จและตอนนั้นก็ได้รับสมาชิกใหม่เข้ามาอีก 2 คนคือ Dave (คีย์บอร์ด) กับ Simon (เบส)
 
หลังจากเราเซ็นสัญญาทางด้านการจัดการวงกับ Intromental Managment พวกเขาก็แนะนำเราให้กับสังกัด Nightmare และ Hydrant Music(ญี่ปุ่น) เพื่อจัดจำหน่ายงานของเราทั้งยุโรปและในญี่ปุ่น ซึ่งมันได้ออกวางขายที่ยุโรปวันที่ 11 ตุลาและในญี่ปุ่นวันที่ 12 
 
 
Q : ชื่อวง Divine Ascension นี่มาจากไหนครับ มันมีความหมายอะไรอยู่เบื้องหลังอยู่ชื่อหรือเปล่า
 
Karl & Rob : ตอนแรกเรามีคำว่า Ascension มาก่อนครับ ซึ่งเป็นแสดงถึงซาวนด์รวมไปถึงความมุ่งหมายของพวกเราที่จะก้าวขึ้นไปอยู่แนวหน้าของแวดวงเมทัลในโลกด้วย แต่เรารู้สึกว่า Ascension อย่างเดียวมันโล่งๆไป Robb ก็คิดชื่อใหม่มาว่า Ascension Day ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง Recreation Day ของ Evergrey แต่หลังจากที่เราได้อ่านรีวิวเกี่ยวกับงานที่พวกเราไปเล่นโชว์ ก็ไปเจอคำว่า Divine ซึ่งสื่อเลือกใช้คำนี้มาบรรยายถึงเสียงร้องของ Jen ถ้าผมจำไม่ผิดเหมือนจะเป็น Luke นี่แหละ ที่นำคำสองคำนี้มารวมกันจนเป็น Divine Ascension ซึงผมคิดว่าชื่อนี้เหมาะกับเพลงของพวกเรามากๆเลย
 
Q : จริงๆผมเคยฟังงานของพวกคุณมาตั้งแต่สมัยเป็นเดโมเมื่อหลายปีที่แล้ว ซึ่งผมก็รู้สึกยินดีที่เห็น Divine Ascension ได้ออกอัลบัมเต็ม เสียงตอบรับจากเดโมตัวนันเป็นอย่างไรบ้างครับ แล้วสังกัด Nightmare ติดต่อคุณมาได้ยังไง
 
Karl : ยินดีที่นายชอบว่ะเพื่อน ฮ่าๆ เราใช้เวลาทำอัลบัมนี้นานมากเลย ส่วนเดโมของเราก็นั่นแหละ มันก็แค่เดโม เราอัด มิกซ์ และมาสเตอร์มันแบบสดๆในสตูดิโอ ประมาณสองวัน ที่เราทำมันขึ้นมาเพื่อให้มันเป็นใบเบิกทางให้เรามีงานเล่น และเป็นที่รู้จักในระดับท้องถิ่นเท่านั้นเอง ซึ่งพวกเราก้ไม่ได้คาดหวังอะไรกับมันเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนว่าจะมีคนจากสถานีวิทยุซื้อมันมา แล้วเอามาเปิดตามรายการของพวกเขา ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เรารู้สึกประหลาดใจมาก
 
การเซ็นสัญญากับทาง Nightmare นั้นเป็นไปแบบตามขั้นตอนเลย ซึ่งตอนนั้นเราก็เพิ่งทำอัลบัมเสร็จออกมาหมาดๆและก็เซ้นกับทาง Intromental Managment ซึ่งทางนั้นก็ส่งแซมเปิลของเราไปให้สังกัดหลายแห่ง หนึุ่งในนั้นก็มี Nightmare Records กับ Hydrant Music ด้วย Lance King (เจ้าของสังกัด Nightmare) ชอบงานของพวกเรา ซึ่งผมต้องบอกเลยว่าเขาเป็นเหมือนตำนานของวงการนี้คนหนึ่งเลย
 
 
Q : แฟนเพลงสามารถคาดหวังอะไรจากอัลบัมนี้ที่ยาวเกินกว่า 60 นาทีนี้บ้างครับ
 
Karl : วงเมโลดิก ซิมโฟนิค พร็อกที่มีนักร้องนำเป็นผู้หญิง พอมั้ยแบบนี้ ฮ่าๆๆ ผมว่ามันยากว่ะที่จะบรรยายถึงเพลงของพวกเรา แต่สิ่งที่คาดหวังได้จาก As The Truth Appears คือ เพลงติดหู ริฟฟืกีตาร์หนักหน่วง ซาวนด์คีย์บอร์ดที่อลังการ
 
Robb : ในด้านของเนื้อเพลง อัลบัมนี้เป็นการเดินทางของชีวิตที่ค้นพบความรู้สึกและอารมณ์ที่หลากหลาย ดนตรีถูกเขียนขึ้นมาเพื่อให้เหมาะกับเสียงร้องของ Jen ที่เต็มไปด้วยพลัง
 
Q : การที่คุณมีนักร้องนำเป็นผู้หญิง เคยถูกใครนำไปเปรียบเทียบกับ Nightwish, After Forever หรือ Epica มั้ยครับ หรือทาง Divine Ascension เองก็ได้อิทธิพลมาจากวงเหล่านั้น
 
Karl : แน่นอน มันเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้นี่นา วงเหล่านั้นเป็นผู้ให้กำเนิดแนวเพลงเมทัลที่มีผู้หญิงเป็นนักร้องนำ สมาชิกของเราทุกคนก็เป็นแฟนของวงพวกนั้นด้วย ผมเองก็มีซีดีอัลบัมรวมถึงดีวีดีของพวกเขาอยู่ที่บ้านครบเซตเลยว่ะ รวมถึงวงในสายนี้แบบ ReVamp, To-Mera, Within Temptation ด้วย แต่สิงที่ทำให้เราต่างจากพวกเขาคืออิทธิพลที่เราได้รับมาจากแนวอื่นๆ ตัวผมเองเป็นแฟนเพลงฟิวชันแจ๊สด้วย ส่วนเมทัลผมก็ฟังค่อนข้างหลากหลายอย่าง โปรเกรสสีฟ หรือเดธเมทัลก็ฟัง โดยเฉพาะพวกวงในสายเทคนิคัล ส่วนคนอื่นในวงก็มีรสนิยมที่ต่างกันออกไปอีก ผมว่าสิ่งเหล่านี้แหละคือส่วนผสมที่ทำให้เพลงของเราต่างจากวงที่ึคุณบอกมา
 
Robb : ใช่เลย วงพวกนี้เป็นวงที่มีอิทธืพลกับเรามาก แต่เราก็เอาส่วนผสมอย่างอื่นใส่ลงไปให้คนฟังได้แปลกใจด้วย ก้อย่างที่ Karl พูดมา พวกเราได้อิทธิพลมาจากเพลงหลายแนว ซึ่งคนฟังน่าจะรับรู้ได้นะ
 
 
Q : อยากรู้ว่า Jen นำสิ่งที่เธอได้จากการร้องเพลงในโรงละครและคาบาเรตมาใช้กับงานของคุณอย่างไรบ้างครับ เธอได้รับการฝึกร้องเพลงมาด้วยหรือเปล่า
 
Karl : ผมว่าสิ่งที่ Jen นำมาสู่การแสดงสดของเราคือการนำเสนอ เธอจะอินไปกับเนื้อเพลงที่เธอร้องออกมาและก็แสดงออกผ่านเสียงและท่าทางบนเวที ซึ่งหลายคนที่มาดูโชว์ของพวกเราก็บอกว่าเธอเจ๋งนะ นอกจากนี้เธอยังเล่นเปียโนแล้วก็เครื่องดนตรีได้หลายชิ้นด้วย Jen เป็นผู้หญิงที่มีความสามารถซะจนผมอายเลย ฮ่าๆๆ
 
Jen : ชั้นชอบที่จะสร้างบรรยากาศบางอย่างขึ้นมาเวลาอยู่บนเวที และแชร์สิ่งเหล่านั้นร่วมกับคนดูด้วย ซึ่งนั้นมันเป็นสิ่งที่ท้าทายนะ ตอนอายุ 15 ชั้นเคยเรียนร้องเพลงคลาสสิค ซึ่งโชคดีที่ครูที่สอนเป็นคนเก่งมาก ซึ่งเขามาจากโรงละครโอเปอร่าในออสเตรเลีย ซึ่งตอนนั้นชั้นก็มีปัญหาเรื่องการร้อง คือชั้นไม่ค่อยชอบร้องเพลงคลาสสิคเลย ครกูเลยเปลี่ยนมาฝึกให้ร้องเพลงร่วมสมัยขึ้นมา แต่ยังคงเป็นสไตล์ของคลาสสิคอยู่
 
Q : คอนเซปของอัลบัมนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ ผมเห็นหน้าปกมันเป็นรุปของเด็กคนนึงกำลังเล่นทราย มันต้องการสื่อถึงอะไรหรือเปล่า
 
Karl : อัลบัมนี้ไม่ใช่คอนเซปอัลบัมในตัวของมันหรอก แต่เพลงต่างๆถูกเขียนขึ้นจากไอเดียคล้ายๆกัน นั่นคือเรื่องเกี่ยวกับมนุษยชาติและโลกรอบๆตัว ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์ที่เราได้พบเจอในชีวิตประจำวัน ยกตัวอย่างเช่น เพลง Vision Divine ที่คนพิเศษที่จะร่วมทางไปกับเราทุกเมื่อ Another Battlefield เกี่ยวกับคนคนนึงที่ลงมือกระทำบางสิ่งไปและต้องมาเสียใจกับมันภายหลัง ซึ่งเขาก็ต้องสัมผัสกับสงครามที่เกิดขึ้นในจิตใจอันเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดบาป Whereas Answers เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่จบลงและทิ้งให้อีกคนเป็นเพียงพงฝุนและเสียงสะท้อนต้องการคำตอบที่ว่า เหตุใดความสัมพันธ์ของพวกเขาจึงต้องจบลง
 
ไอเดียของอาร์ตเวิร์กนำเสนอถึงมนุษยชาติและโลกที่เราอยู่อาศัย ถ้ากางบุคเลทออกก็จะเห็นภาพเมืองที่พายุกำลังพัดเข้ามา ภาพเด็กผู้หญิงก่อประสาททรายนำเสนอถึงบางสิ่งบางอย่างที่เราไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ ดังนั้นเราต้องสร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่อีกครั้ง และจำเป็นต้องเรียนรู้ถึงบทเรียนจากอดีตด้วย
 
Robb : ใช่เลย อย่างที่ Karl บอกนั่นแหละ คอนเซปทั้งหมดรวมๆมันเกี่ยวกับการเริ่มต้นใหม่ของมนุษยชาติ ในเจเนเรชันต่อไป เด็กผู้หญิงคนนั้นคือความบริสุทธิ์ของการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ภาพทะเลนั้นต้องการสื่อถึงอนาคตและภาระชนรุ่นต่อไปในอนาคต คุณจะเห็นภาพเมืองที่โทรมและพุพัง ส่วนพายุที่กำลังเข้ามานั้นอาจจะสื่อถึงอนาคตที่ไม่มั่นคงของเรา
 
 
Q : ผมได้ยินมาว่าซิงเกิลแรกมีแขกรับเชิญเป็น Silvio จากวง Vanishing Point ด้วย ความสัมพันธ์ของพวกคุณกับวง VP เป็นอย่างไรบ้างครับ แล้วจริงหรือเปล่าที่เขาบอกกันว่า Vanishing Point เป็นวงพร็อกเพาเวอร์ที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย
 
Karl : ใช่ครับ เพลง Answer wfhแขกรับเชิญเป็น Silvio จากวง Vanishing Point พวกเขาเป็นคนดี รวมทั้งเป็นนักดนตรีที่เยี่ยมยอดด้วย พวกเราเคยร่วมเล่นเวทีเดียวกับพวกเขาบ่อยครั้งในเมลเบิร์น ซึ่งมันเปนเกียรติมากที่ได้ Silvio มาร่วมงานกับเราด้วย โดยส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบที่จะจัดลำดับชั้นของวงเมทัลในแวดวงซักเท่าไหร่นะ เพราะที่นี่มีวงเจ๋งๆอยู่มาก แต่ในกรณีนี้ผมก็คงต้องบอกว่า Vanishing Point เป็นวงพร็อกเพาเวอร์ที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลียวงหนึ่ง แต่มันก็ยังมีอีกหลายวงที่เจ๋งๆอยู่อีก นายลองไปตามหาฟังดูสิ
 
Robb : Vanishing Point เป็นวงที่ยอดเยี่ยมและเป็นเพื่อนที่ดีของเราด้วย Silvio มาช่วยงานเราตอนที่สมาชิกในวงส่วนนึงออกไป ซึ่งเพลง Answer มันเป็นเพลงดูเอตที่สมาชิกคนนึงในวงเราต้่องร้องคู่ไปกับ Jen ซึ่ง Silvio ใจดีมากที่มาช่วยงานของเราหลายส่วน ทังร้องเพลงนี้ รวมถึงร้องแบกกิงในเพลง Another Battlefiled ด้วย ในเมลเบิร์นมีวงพร็อกเพาเวอร์เจ๋งๆเยอะ และแน่นอนว่า VP เป็นหนึ่งในนั้น ซึ่งความสำเร็จของพวกเขาก็ช่วยเปิดประตูให้กับวงหน้าใหม่ๆอย่างพวกเราด้วย
 
Q : คุณมีแผนที่จะออกไปแสดงโชว์นอกประเทศมั้ย เสียงตอบรับจากแฟนเพลงต่างประเทศเป็นอย่างไรบ้างครับ
 
Karl : แน่นอนสิ มันเป็นความฝันของผมและคนอื่นในวงด้วย แน่นอนพวกเราก็วางแผนกันอยู่ ทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับว่าอัลบัมของเราจะประสบความสำเร็จระดับไหน ซึ่งเสียงตอบรับตอนนี้ที่ได้มามันก็เหนือกว่าความคาดหมายมากๆเลยว่ะ เราได้รับจดหมายจากแฟนเพลงส่งมาหาเราทางอีเมลที่บอกว่าพวกเขาชอบเพลงของเรา
 
Robb : เราอยากจะออกไปเ้ล่นนอกออสเตรเลียมากๆเลย มันเป็นเป้าหมายแรกๆที่เราตั้งเอาไว้ และผมหวังว่าความสำเร็จของอัลบัมนี้จะทำให้เราไดรับโอกาสนั้น เสียงตอบรับจากแฟนเพลงในต่างประเทศก็ดีมากๆ ทั้งที่จริงๆมันมีวงเจ๋งๆทั่วโลก แต่พวกเขาก็ยังสละเวลามาฟังผลงานของเรา ต้องขอบคุณพวกเขามากๆจริงๆ
 
 
Q : ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมีวงพร็อกเมทัลในออสเตรเลียเท่าไหร่เลยนะ คุณช่วยเล่าเกี่ยวกับแวดวงพร็อกเพาเวอร์ในออสเตรเลียหน่อยได้มั้ย
 
Robb : แวดวงพร็อกเพาเวอร์ในออสเตรเลียนั้นเล็กมาก แต่ก็มีโชว์ดีๆเกิดขึ้นอยู่เสมอแหละ แต่มันก็ไม่เหมือนในยุโรปหรืออเมริกา เหตุผลมันก็น่าจะเป็นที่วงบ้านเราเล่นกันค่อนข้างหลากหลายแนวอย่าง เมโลดิก เดธ แธรช ฮาร์ดคอร์ ซึ่งปกติเราจะจัดโชว์ร่วมกับวงพวกนี้ด้วย มันก็ทำให้การแสดงสดและโชว์ดูน่าสนใจขึ้นนะ
 
แต่ในกลุ่มของพร็อกเมทัล เราก็มีวงเป็นที่รู้จักในต่างประเทศเหมือนกันอย่าง Vanishing Point, Voyager, Black Majesty, Eyefearเป็นต้น แต่วงส่วนมากในเมลเบิร์นค่อนข้างออกไปทางสายเพาเวอร์เมทัลแท้ๆมากกว่า แต่ก็อาจจะเป็นเพราะว่าในบ้านเรามีวงแธรชค่อนข้างเยอะ แฟนเพลงก้เลยชอบวงเพาเวอร์เมทัลหนักๆมากกว่าวงที่เป็นพร็อกแบบเราก็เป็นได้ ฮ่าๆ
 
Q : มันยากมั้ยครับที่จะประสบความสำเร็จในออสเตรเลีย เพราะผมได้ยินมาว่าคนที่นั่นชอบวงที่มาจากอเมริกาหรือยุโรปมากกว่าวงในบ้านเกิดเอง
 
Robb : ใช่ มันต้องดิ้นรนมากๆเลยแหละ เนื่องด้วยแวดวงบ้านเราค่อนข้างเล็กและมันก็แตกแขนงกลุ่มออกไปเป็นแนวต่างๆ ซึ่งคนพวกนี้จะมารวมกันเวลาที่วงต่างประเทศบินมาเล่น แต่พอเป็นโชว์ระดับท้องถิ่น คนดูก็จะน้อยลงไปเยอะ แต่คนที่สนับสนุนวงระดับท้องถิ่นก็สนับสนุนจริงๆนะ เขาซื้อสินค้าของวงและก็ภักดีต่อวงที่พวกเขาชื่นชอบ
 
สิ่งที่ตลกเกี่ยวกับแวดวงของออสเตรเลียคือ วงท้องถิ่นจะได้รับความสนใจจากคนออสเตรเลียด้วยกัน ทันทีที่พวกเขาประสบความสำเร็จในต่างประเทศ ฮ่าๆ มันเหมือนกับว่า เราจะเคลมว่าวงพวกนี้เป็นวงที่มาจากประเทศกูนะเว้ย ทันทีที่พวกเขาประสบความสำเร็จแล้ว
 
Q : สุดท้ายแล้ว ช่วยพูดอะไรถึงเมทัลเฮดชาวไทยหน่อยครับ ขอบคุณมากๆที่มาสัมภาษณ์กับทางเรานะ
 
Robb : หวังว่านายจะชอบอัลบัมใหม่ของเรานะ และก็ขอบคุณที่ให้ความสนใจวงของเรา หวังว่าเราจะมีโอกาสบินไปเล่นซักครั้ง เพราะประเทศเรามันก็ใกล้กันนิดเดียวเอง จะให้ว่ายน้ำไปก็ไหวนะ ฮ่าๆ เราก็อยากจะได้ยินจากนายถึงแวดวงเมทัลที่ประเทศไทยเหมือนกัน ขอบคุณอีกครั้งทีสนใจงานของเรานะ
 
 
 
English Version
 

Q : First of all, Please introduce Divine Ascension history to the Thai metalhead.

Karl: Divine Ascension is a female fronted, progressive metal band from Melbourne, Australia.  The band formed in 2007 where the original members Rob and Luke were already jamming with a few other people at this stage.  Jen joined a little while later being only new the metal scene.  She was from a theatre and cabaret type background but she was quite interested in the arrangements and unique vocal melodies that came with the metal genre.  Personally, I was a late addition to the band and joined after all the other members were part of the project.

Before we started playing a few local shows around Melbourne, we felt needed a product, a demo showcasing what we were about musically.  So our roughly cut, live demo was recorded in later 2007.  We released it locally and had many more local shows including some memorable ones with bands such as Vanishing Point, Lord and Crimsonfire as well as a benefit show for the PBS radio station.

All the while we continued writing and perfecting the material for our debut album As The Truth Appears which we recorded over a period of a year or so.  During the stage of producing the album, we parted ways with a few members and had the difficulty of getting the album finished with only four members. However, we persisted, finished the album and finally found two new members in Dave our keyboardist and Simon our bassist.

Not to long after this we signed with international management, Intromental, and they assisted us in landing a deal with both Nightmare Records and Hydrant Music for As The Truth Appears.  As The Truth Appears was released worldwide on October 11, 2011 and in Japan on October 12, 2011.


Q :  How did the name Divine Ascension come from? What is the meaning behind it?

Karl & Robb: We came up with the word Ascension to reflect the uplifting aspects of our sound and also to describe our ambitions as a group to ascend to the forefront of the worldwide heavy metal stage.  However, we wanted another word to go with it and Rob came up with Ascension Day.  Kind of reminded us of Evergrey's song Recreation Day.  But when reading a review of a recent live show, the word Divine was used to describe Jen's voice.  I think it was actually Luke's initial idea to put that together with ascension to form Divine Ascension, which we also felt suited the majestic side of the music. From that day Divine Ascension was born.


Q :  I listened to your first demo few years ago and it’s great to see Divine Ascension release their first album. How was the reception from your first demo? And how did Nightmare records sign you?

Karl: Yes it is great to see (laughs)!  It has been a long process for us, so getting it out into the world is great!  Our first demo was just that, a demo.  We recorded, mixed and mastered it live in the studio over just two days and intended it only to score us local gigs at a few local venues with a few local bands. Key word there being ‘local’, we didn’t expect it to be used for anything else. However, some metal shows on a couple of local radio stations picked it up and started playing it quite frequently to our surprise.  It took off from there.  The demo definitely exceeded our initial expectations.

Signing with Nightmare Records was quite a simple process for us.  We had just put the finishing touches on the album in the recording and artwork departments when we signed with Intromental Management.  Those guys marketed the album to quite a few labels all over the world including Nightmare Records (and Hydrant Music who we are signed to in Japan).  Lance King really liked the band and album, which to mine and I am sure the others in the band, was quite humbling being he is a legend in the scene and has been for many years.  We signed with both those labels and As The Truth Appears was released worldwide a few months later.


Q : What can we expect from over 60 minutes song on the album?

Karl: Female fronted, melodic, symphonic, progressive metal.  Hows that for a description (laughs)? It's very hard describing our music as a collection and many people have that difficulty.  But what you can expect musically from As The Truth Appears is a collection of songs that are very catchy with plenty of heavy guitars, bass and drums, yet epic sounding keyboards, but never over the top and bombastic.

Robb: Lyrically, this album is a journey through the trials and tribulations of life and covers a wide range of themes and emotions. The music is a match for the wonderful talents of Jennifer and rises and falls with the power/passion she portrays.


Q :  To have female vocalist, you may have some people compare Divine Ascension to such bands as Nightwish, After Forever, Epica. Does Divine Ascension have any influences from the band I just mention?

Karl: Of course. It's inevitable. Those bands are pioneers and heavyweights in the genre and are known for having female singers. All the members of Divine Ascension are big fans of all those bands.  In fact, I have all their albums and DVD's as well as many other bands and projects that have female singers such as ReVamp, To-Mera, Within Temptation, etc. What makes us different from those bands is we also, as a band, draw other influences from a very large range of music.  Personally, I listen to a lot of jazz fusion as well as progressive metal and heavier areas of metal like death metal and technical metal. Whereas some of the others listen to a lot of symphonic metal, male fronted prog/power bands etc. When we write and arrange, we tend to draw from all these influences and, I think, create something a little unique and different.

Robb: While each of these bands were definitely an influence on our overall sound we wanted to add a slight slant to the genre by adding a few more “surprise” moments with a touch of progression just to add a little spice. As Karl mentioned, both he and I are influenced a lot more by some heavier bands so a lot of this shines through in our writing and playing and I’m sure now we’ve baptised Jen into the world of “metal” we can get a little more “loud”, so to speak! 


Q :  How does Borg put her theatrical and cabaret trained experience to Divine Ascension performance? Except of all these training, did she also have vocal training as well?

Karl: I find Jen to be very expressive when she sings live.  She really believes in the words she is singing and you can see that in her facial expressions as well as her movements on stage.  She tends to be very active which is something many people who come to our live shows say is very cool.  Rather then the gig being a live show, it is a performance. Jen definitely adds to that with her theatrical experience. She also plays piano and a few other instruments. Jen is very talented. Puts me to shame (laughs)!

Jen: I like to create an atmosphere when I am on stage where I am able to share the live experience and music with the audience, which, I believe is an important - yet sometimes a challenging feat.  Classical vocal training began for me at the age of 15, and I was very lucky to have a brilliant teacher from Opera Australia.  Whilst I did not really enjoy singing classical pieces, my teacher encouraged me to push boundaries and sing contemporary styles with classical teaching.


Q :  How does your album represent of? I saw, in the cover, there’s a girl play with sand on the shore. What was the idea behind it?

Karl: The album is not really a concept album in itself.  All the songs have themes based around a similar idea, which is about civilisation in general, and the world we live in.  The songs all draw from experiences and feelings we all may have in day to day life.  For example, Vision Divine is about having that special someone that is always there through thick and thin, Another Battlefield tells the tale of someone who has done something they later regret.  They are forced to deal with the battlefield, or war, raging inside their mind caused from guilt.  Whereas Answers, is about a relationship that ended abruptly leaving one person in the dust and echoes crying out for just a simple answer as to why it had to end.

The idea with the artwork is that it represents our civilisation and the world we live in.  With the booklet spread out you can see the city with the storm approaching in the background.  The little girl building the sandcastle signifies that sometimes we cannot fix what we have created or where we have ended up, so we must start from scratch and build the foundations again but learning from our past mistakes.

Robb: Yes, as Karl mentioned, the overall concept of the album cover was to have a representation of future generations “starting over” again. The girl on the cover was chosen to represent the innocence of this starting over/new beginnings. She is also pointing out across the water towards the city, perhaps suggesting of the burdens left for these future generations. In the background are the remnants of previous generations with the city alluding to our reliance on technology while the overcast and stormy skies approaching could signify our uncertain future.


Q : I heard that in your first single will have Silvio of Vanishing Point as a guest. How was the relationship with you and VP? Is it true that Vanish Point is the biggest Prog/Power Metal band from Australia?

Karl: Yes it will.  The song, Answers will feature Silvio.  He is a great guy as well as great musician just like the rest of Vanishing Point.  We have had the pleasure of sharing the stage with Vanishing Point on numerous occasions here in Melbourne.  So it was a great honour to have Silvio appear on our album too.  I always hate labelling the biggest or the best band of certain areas or genre's, because there are just so many quality bands out there.  But in a nutshell however, I would say that Vanishing Point is definitely one of the biggest Prog/Power Metal bands from Australia.  But there are many others out there too!  Make sure you hunt around for them!

Robb: Vanishing Point is a great band and an exceptionally wonderful group of guys. Silvio heard from us as we desperately needed a vocalist to finalise the album after a previous member left. The song “Answers” originally was a duet co-sung by a departing member. Silvio was gracious enough to lend us his services both for the album and for the film clip. We also snuck him in on background vocals for “Another Battlefield” on the album too! We have a few prog/power bands in Melbourne & Australia, and yes, VP are among the greatest and have helped pave the way for bands like us to have the door open a little easier than perhaps before.


Q : Do you have a plan to play outside country? How was the reception from the international fans?

Karl: Definitely!  It is a personal dream of mine and I know all the other guys (and gal) share the same dream.  So we definitely plan to.  It all depends on how well our album is received in different parts of the world.  The reception from our international fans, and in general, fans of metal across the globe has been phenomenal!  We are extremely humbled by the feedback we get from individual messages and emails we get from people across the globe saying how much they have enjoyed our music

Robb: Yes, we definitely want to play outside of Australia. This has been a long term goal for each of us so we hope this album gives us an opportunity to do so. Our international fans have been extremely welcoming, especially when there are so many great bands worldwide, yet they still find the time to give us a listen and response. Thank you all.


Q :  It seems there’s not mush prog metal band in Australia. Can you tell us about prog metal scene in your country?

Robb: The prog/power scene here in Australia is rather small but we do get some great shows here fairly regularly now, but nothing like Europe or the US. The reason for this, I think, is so many bands here play varying styles like prog/power, thrash, melodic death, hardcore, etc, yet we still gig with one another which makes for some interesting nights!

As far as prog goes we have great proponents of the genre who have been flying the flag internationally for sometime now like Vanishing Point, Voyager, Black Majesty, Eyefear and a few more but the general Melbourne metal head tends to sway a little more towards straight power metal more. Perhaps this is because there are also a lot of thrash bands and their fans may relater to power metal more so than prog, who knows (laughs)!


Q :  Is it hard to get attention from Australian people since I heard, from Australian bands, that most people don’t like to support their own local bands.  

Robb: Yes it is quite a struggle here, but mainly due to the small metal community we have being fragmented into the many genres...when we gather together we can make a great crowd, like when international bands hit our shores, but local gigs are scattered and not terribly populated. The fans that do support local bands here purchase quite a bit of merchandise and stay loyal to their favourite bands.

What is funny about Australia is local bands seem to get a little more attention once they have made a name for themselves overseas...it seems we like to claim our bands as “ours” once they’ve made a name for themselves elsewhere. 


Q : Finally, please say something to Thai Metalhead and thank you for interviewing with us.

Robb: We hope you enjoy “As the truth appears” and we thankyou for your interest in us. We would love to come and play for you guys as you’re not too far away from us...I’d swim if I had to (laughs).

We’d like to hear from you telling us about your metal scene there.

Thank you again for your time and interest.

Robb and Divine Ascension 

Comment

Comment:

Tweet

Recommend