Symphony X

posted on 25 Jun 2011 16:18 by rebirthera in Band-of-the-Week
 
หลังจากประสบความสำเร็จไปสุดๆกับอัลบั้ม Paradise Lost ห้าหนุ่ม Symphony X ก้กลับมาอีกครั้งกับอัลบั้มใหม่ที่มืดหม่นและหนักแน่นกว่าเดิม Iconblast หลายคนคงได้ฟังกันไปแล้วนะครับ และเชื่อว่าคงอยากอ่านบทสัมภาษณ์เ็ป็นแน่ ดังนั้นทาง Rebirth Era จึงขอหยิบมาแปลให้ลองอ่านกันนะครับ กับบทสัมภาษณ์ของมือกีตาร์หมูตอนอย่าง Michael Romeo ถ้าพร้อมแล้วก็เลื่อนลงมาเลยครับ
 
Q : สวัสดีครับ ไมเคิล อัลบั้มใหม่ล่าสุดของ Symphony X ที่ชื่อ Iconblast ก็ออกมาให้เราฟังแล้ว อยากทราบว่าในงานชุดนี้มีธีมหรือคอนเซปเบื้องหลังเหมือนอัลบั้มที่ผ่านๆมามั้ยครับ
 
Romeo : การเขียนเพลงโดยมีคอนเซปอยู่เบื้องหลังเป็นสิ่งที่เจ๋งและเราพยายามทำกันมาโดยตลอด ผมว่ามันยากเหมือนกันที่จะเขียนดนตรีในพอดีกับเนื้อเพลงนะ ใน Iconblast พวกเราพยายามเขียนเพลงที่หนักกว่างานที่ผ่านมา และพยายามเพิ่มเติมสิ่งใหม่ๆเข้าไปแต่ต้องไม่หลุดจากความเป็นเรา เพลงในอัลบั้มนี้เริ่มจากการเขียนดนตรีขึ้นมาก่อน ตอนนั้นมันยังไม่มีคอนเซปอะไรเลย จนกระทั่งผมได้ดูหนังเรื่อง The Matrix ซึ่งผมชอบซาวนด์แทรคของหนังเรื่องนั้นมาก คือเขาทำดนตรีออกมาดูเป็นจักรกล ซึ่งมันเท่ในความคิดผมนะ เพราะเหตุนี้คอนเซปของ Iconblast จึงเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร ผมค่อนข้างแตกต่างจากงานที่ผ่านมาของเรา แต่เชื่อผมสิถ้าคุณฟังคุณจะรู้ว่ามันเป็นงานของเรา
 
 
Q : เวลาคุณเข้าสตูดิโอ คุณคิดอยู่เสมอหรือเปล่าว่าต้องการสร้างอัลบั้มที่ดีที่สุดออกมา
 
Romeo : แหงสิว่ะ มันต้องแบบนั้นอยู่แล้วล่ะ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมอัลบั้มนี้ออกมาช้า คือผมมีสตูดิโออยู่ใต้ถุนบ้าน เราทำงานทุกอย่างที่นั่น เราคอยทดลองทำอะไรแปลกๆอยู่เสมอ มันไม่ใ่ชว่าเดินเข้าไปในสตูดิโอแล้วคุณรู้ว่าจะบันทึกเสียงอะไร เรามีความคิดแปลกๆใหม่ๆเกิดขึ้นตลอดภายในวงเรา 
 
Q : ถ้าดูจากความสำเร็จของ Symphony X ต้องยอกว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ตอบสนองบทเพลงของพวกคุณมากที่สุดเลยนะ ซึ่งวงเพาเวอร์เมทัลวงอื่นๆก็ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามที่นั่นด้วย คุณว่าทำไมคนญี่ปุ่นถึงชอบเพลงเพาเวอร์เมทัลล่ะ
 
Romeo : ผมก็ไม่ค่อยรู้ข้อมูลอะไรเท่าไหร่หรอกนะ แต่ในช่วงยุค 90s ที่ดนตรีกรันจ์กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ดังนั้นมันแทบไม่มีที่ยืนสำหรับเพาเวอร์เมทัล พวกเราในวงเติบโตมาจากยุค 80s ซึ่งเป็นยุคทองของเหล่ากีตาร์ฮีโร่ สิ่งเหล่านี้ตายไปพร้อมกับการสิ้นสุดของยุค 80s แต่ดูเหมือนในญีปุ่นดนตรีแนวนี้ยังเป็นที่ชื่นชอบอยู่ และก่อนที่ Symphony X จะเกิดขึ้นผมก็ยังทำงานในลักษณะของกีตาร์ฮีโร่อยู่ และผมก็ออกทำพวกเดโมเทปส่งไปตามค่ายต่างๆ ซึงในตอนนั้นสังกัดในประเทศญี่ปุ่นจะเฟ้นหาพวกมือกีตาร์ลักษณะนี้และเซ็นสัญญาออกอัลบั้มให้ ซึ่งผมเองก็ได้รับการติดต่อจากพวกเขาเหมือนกัน และเขาก็ถามว่า ผมมีวงดนตรีหรือเปล่า ซึ่งนั่นแหละคือจุดเริ่มต้นจริงๆของ Symphony X แต่ผมว่าสถานการณ์ทุกวันนี้ดีขึ้นเรื่อยๆนะ เพราะว่าเพาเวอร์เมทัลมันกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งในยุโรปและอเมริกาใต้
 
 
Q : พูดถึงกีตาร์ ผมอยากรู้ประวัติการเล่นกีตาร์ของคุณซักนิดครับ ว่ามาถึงจุดนี้มันต้องผ่านอะไรมาบ้าง
 
Romeo : โอเค ผมเริ่มต้นจากการเล่นเปียโนมาก่อน และผมก็ได้เรียนดนตรีมาบ้างทำให้สามารถเข้าใจทฤษฎีและเริ่มอ่านโน็ตเป็น กีตาร์ตัวแรกได้มาตอนผมอายุ 14 และก็ได้ลองไปเรียนกีตาร์ ซึ่งสมัยนั้นผมยังเล่นตีคอร์ดไปตามประสาเด็กอะนะ จนผมได้มารู้จักกับวงดนตรีร็อคอย่าง Kiss, ACDC, Judas Priest ทำให้ผมเริ่มสนใจกีตาร์ืทางสายนี้มากขึ้น คนที่ทำให้ผมอยากเป็นมือกีตาร์จริงๆคือ Rhandy Rhodes วิธีการเล่นกีตาร์ของเขามันสุดยอดมากๆ ในตอนนั้นผมจริงจังกับการเล่นกีตาร์มาก ทั้งฝึกฝนและเรียนทฤษฎี รวมถึงฟังเพลงของสายกีตาร์ให้มากทีุ่สดเท่าที่จะทำได้ ตอนที่เราเริ่มทำ Symphony X สมาชิกคนแรกที่เข้ามาคือ Michael Pinnella (คีย์บอร์ด) ซึ่งผมกับเขามีความชื่นชอบในดนตรีคลาสสิคเหมือนกัน นั่นทำให้ผมเริ่มฟังพวกแนว Post Romantic และ Modern Classical มากขึ้น ผมฟังดนตรีทุกแนว ซึ่งเหล่านั้นมีผลกับการเล่นของผมมาก
 
Q : อัลบั้มโปรดของคุณล่ะ
 
Romeo : Heaven and Hell กับ Blizzard of Ozz
 
Q : กลับมาที่อัลบั้มนะั คุณคิดว่าตอนนี้ Iconblast เป็นงานที่ดีทีุ่สดที่ Symphony X เคยทำมาหรือยัง
 
Romeo : ผมก็พยายามทำให้งานทุกชิ้นของเราเป็นงานที่สุดยอดนะ แฟนของเราส่วนมากจะบอกว่าอัลบั้ม The Divine Wings of Tragedy เป็นงานที่ดีที่สุดของเรา สำหรับผมมันเป็นอัลบั้มแรกที่เรารู้สึกถึงความเป็นวงดนตรีจริงๆ ผมเชื่อว่า Iconblast เป็นอีกหนึ่งงานมาสเตอร์พีซของเรา ซึ่งผมมักบอกได้หลังจากที่ได้ฟังอัลบั้มของตัวเองหลายๆรอบ สุดท้ายคุณจะพบว่าคุณเบื่อและไปฟังอย่างอื่น แต่มันไม่เป็นอย่างนั้นสำหรับ Iconblast ผมว่ามันเป็นอัลบั้มที่สามารถหยิบมาฟังได้เรื่อยๆ ผมเคยคิดเสมอว่าทำไมเราถึงใช้เวลาในการทำอัลบั้มนี้นานขนาดนั้น จนวันนึงที่ผมได้ดูความยาวของเพลงในอัลบั้ม ก็พบว่ามันทะลุ 80 นาทีไปแล้ว ผมว่าอัลบั้มยังเป็นงานมาตรฐานที่เราเคยทำมาและคิดว่าแฟนๆก็คงชอบมันด้วย
 
 
Q : คุณคิดว่า Symphony X ในอีก 10 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไรบ้างครับ
 
Romeo : พวกเราก็คงทำในสิ่งที่ทำอย่างนี้ต่อไปแหละ ออกอัลบั้มที่เยี่ยมกว่างานที่ผ่านๆมา ทำนองนี้ ผมเชื่อว่าเราทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆในทุกอัลบั้ม ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าแฟนๆของเรารู้ดีว่าพวกเราไม่เคยทำอัลบั้มกระจอกๆมาหลอกแดกตังพวกเขา
 
Q : เพลงที่คุณชอบนำไปเล่นสดบ่อยๆล่ะ
 
Romeo : เซตลิสต์ของเราเปลี่ยนไปตลอดแหละ และเมื่อคุณออกอัลบั้มใหม่มา คุณก็มักอยากจะเล่นเพลงใหม่ๆ ดังนั้นไม่แปลกที่พวกเรามักโยนเพลงใหม่ๆให้แฟนๆเสมอ แต่มันก็มีเพลงที่พวกเราต้องนำมาเล่นทุกโชว์อย่าง Sins of Shadows, Set the world on Fire, Paradise Lost ก็ด้วย ก่อนที่อัลบั้มนี้จะออกมาเราก็ลองเอาเพลงใหม่ไปเล่นในเซตลิสต์กับเราแล้ว 2 เพลง ผลตอบรับมันก็ดีมาก ซึ่งจริงๆผมก็ค่อนข้างกลัวเหมือนกันนะว่าถ้านำมันไปเล่นแล้วแฟนๆจะเงียบหรือเปล่า เพราะมันเป็นเพลงใหม่และไม่มีใครรู้จักมันมาก่อน
 
Q : จะมีซิงเกิลสำหรับอัลบั้มนี้มั้ยครับ
 
Romeo : มีสิ ซิงเกิลของเราคือ End of Innocence ผมว่ามันเป็นเพลงที่หนักหน่วงและติดหูง่ายด้วย
 
Q : หมดคำถามแล้วครับ มีอะไรจะฝากถึงแฟนๆมั้ย
 
Romeo : ขอบคุณที่ยังเชื่อมั่นในตัวพวกเราและยังติดตามพวกเรามาโดยตลด ขอบคุณครับ
 

Comment

Comment:

Tweet

ปกติผมชอบ megadeth นะ แต่อัลบั้มใหม่ของวงนี้ ผมให้เป็น 1 ในสุดยอดอัลบั้มเมทัลในชีวิตผมเลย

#3 By kelene (115.87.108.44) on 2012-03-03 23:57

เป็นวงดนตรีที่ชอบมากครับ
ได้แรงบันดาลใจในการทำงาน จากเพลงของวงนี้ล่ะสุดยอด
อ่านจากบทสัมภาษณ์แล้ว เจ๋งมากครับ ^__^

#2 By NotebaDG (49.49.235.150) on 2011-08-06 00:42

ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าแฟนๆของเรารู้ดีว่าพวกเราไม่เคยทำอัลบั้มกระจอกๆมาหลอกแดกตังพวกเขา

ชอบคำพูดนี้จริงๆ Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By Siwawuth on 2011-07-03 21:48

Recommend