Symfonia

posted on 14 Apr 2011 20:42 by rebirthera in Band-of-the-Week
 
ในที่สุดผลงานชุดแรกของซุปเปอร์กรุ๊ปที่เราต่างรอคอยอย่าง Symfonia ก็ออกมาให้ฟังแล้วครับ เรียกว่าน่าจะเป็นการกลับคืนฟอร์มของ ทิโม โทลกิ มือกีตาร์ร่างอ้วนหลังจากออกมาจาก Stratovarius จริงๆ นอกจากทิโมแล้วทางวงยังประกอบด้วยรุ่นใหญ่อย่าง อังเดร มาโตส และอูลิ เคิร์ส อีกต่างหาก เรียกว่าเป็นการรวมตัวของผู้ยิ่งใหญ่ในแวดวงเพาเวอร์เมทัลจากประเทศมหาอำนาจของดนตรีสายนี้ด้วย เพื่อไม่ให้เสียเวลาเรามาอ่านบทสัมภาษณ์ของ อังเดร มาโตส เกี่ยวกับอัลบั้มชุดใหม่ของวงและการมา่ร่วมงานครั้งนี้ดีกว่าครับ
 
Q : โอเคครับ อังเดร คำถามที่หลายคนคงอยากรู้คือ Symfonia ถือว่าเป็นวงเพาเวอร์เมทัล All-Star ที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยมามาเลยก็ได้ ผมอยากรู้จริงๆว่าพวกคุณตัดสินใจมารวมตัวกันได้ยังไง
 
Matos : ทั้งหมดมันเริ่มต้นจากการเป็นโปรเจคครับ ผมกับทิโม เป็นเพื่อนกันมานานมากๆแล้ว ซึ่งเราก็ติดต่อกันอยู่ตลอด จนมาเมื่อประมาณปีที่แล้ว ผมย้ายบ้านมาอยู่ที่สวีเดน ซึ่งทิโมมันรู้ได้ยังไงไม่รู้ว่าผมย้ายมา มันก็ติดต่อผมให้มาเจอกัน ทิโมอยากชวนผมมาทำวง ซึ่งผมก็ไม่ปฏิเสธแน่นอนเพราะว่า เขาเป็นเพื่อนที่ดีของผมรวมถึงเป็นนักดนตรีที่เก่งมากๆด้วย ผมเลยไปขลุกอยู่กับเขาที่เฮลซิงกิประมาณอาทิตย์นึง ช่วงนั้นเราเขียนเพลงเจ๋งๆได้เยอะ โปรเจคมันก็เริ่มจากตรงนี้ล่ะ แล้่วตอนนี้เวลามันก็เหมาะเจาะเพราะเขาพึ่งยุบวง Revolution Renaissance ไปจึงมีเวลาว่างที่จะมาจริงจังกับงานของโปรเจคนี้เสียที
 
 
Q : คุณเริ่มทำงานจริงๆจังๆกันตอนไหนเนี่ย
 
Matos : น่าจะเป็นช่วงก่อนซัมเมอร์ปีที่แล้วนิดๆนะ ตอนแรกมันเป็นแค่โปรเจคเท่านั้นแหละ แต่พอทำไปทำมามันก็กลายเป้นวงที่พวกเราจริงจังขึ้นมาซะแบบนั้น หลังจากนั้นขั้นตอนการทำอัลบั้มมันก็ไปอย่างรวดเร็ว ทิโมบินมาหาผมที่สวีเดนเพื่อทำเพลงที่เหลือให้เสร็จ จนเราได้เดโมมา 3 เพลง หลังจากนั้นผมก็บินกลับไปที่ฟินแลนด์อีกครั้ง ในตอนนั้นทางทิโมรวบรวมสมาชิกคนที่เหลือได้แล้ว ผมได้พบกับ อูลิ (มือกลอง) ด้วย เราเริ่มลงมือถ่ายรูปโปรโมตวงกัน แล้วก็เริ่มทำเพลงที่เหลือให้เสร็จ เราเริ่มจากการบันทึกเสียงกลองและเครื่องดนตรีกันก่อน จากนั้นผมก็บันทึกเสียงร้องก่อนที่จะบินกลับไปสวีเดน ผมบอกได้เลยว่ามันเป้นการทำงานที่สนุกและเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมงานกับนักดนตรีชั้นเลิศ
 
Q : ชื่อวง Symfonia มาจากไหนครับ
 
Matos : มันเป็นไอเดียของ ทิโม น่ะ เขาเป็นคนตั้งชื่อวงแล้วก็เป็นคนออกแบบโลโก้เองด้วย จากนั้นเขาก็เอามาโชว์ให้ผมดู จะให้ผมพูดว่ายังไงล่ะ ชื่อที่เขาตั้งมันก็ฟังดูดีนะ ก้โอเคว่ะ ยังไงก้ได้ ฮ่าๆๆๆ
 
 
Q : การทำงานกับ ทิโม เป็นอย่างไรบ้างครับ ผมรู้ว่าคุรเป็นเพื่อนกันมานานแล้วก็จริง แต่การทำงานกับเขามันยากหรือเปล่า
 
Matos : จริงๆผมค่อนข้างชินกับการทำงานของเขาอยู่นะ คือตอนผมอยู่ Angra เราก็เคยทัวร์กับทาง Stratovarius อยู่เหมือนกัน ดังนั้นผมก็พอรู้แนวเพลงที่ทิโมชอบอยู่เหมือนกัน พวกเขาเป้นวงที่เล่นสดบนเวทีได้เจ๋งมากๆ ถ้าถามบอกว่าการทำงานร่วมกับทิโมยากมั้ย ก็คงต้องบอกว่าทั้งยากและง่ายไปพร้อมๆกันว่ะ ไม่ใ่ชแค่ทิโมแต่หมายถึงสมาชิกทั้งหมดในวงเพราะพวกเขาเป็นนักดนตรีที่เก่งมาก แน่นอนมันมีอะไรที่พร้อมท้าทายความสามารถของคุณทุกเมื่อ และคุณต้องเอาชนะมันเพื่อให้ได้งานที่ดีสุด มันกดดันมั้ยก็นิดหน่อย แต่โดยรวมมันสนุกมากกว่า
 
Q : อัลบั้มนี้บันทึกเสียงกันที่สวีเดนใช่มั้ย
 
Matos : หลายที่ว่ะ ทั้งสวีเดนและฟินแลนด์ แล้วก้เอาไปมิกซ์ที่อิตาลี หลังจากที่มิกซ์เสร็จผมก็นั่งฟังมันกลับไปกลับมาตลอดกว่า 30 รอบแล้ว คือสิ่งที่สำคัญสำหรับผมคือไม่ใช่ว่าอัลบั้มต้องซาวนด์ดีหรือรนักดนตรีเก่งเท่านั้น แต่เพลงที่ออกมาต้องดีด้วย ผมว่าเพลงในอัลบั้มนี้มันเป็นเพลงที่ดีนะ
 
 
Q : การที่สมาชิกของวงอาศัยอยู่คนละประเทศมันมีปัญหาเรื่องการติดต่อสื่อสารมั้ยครับ คุณติดต่อกันผ่านทางอินเตอร์เน็ตหรือเปล่า
 
Matos : ใช่ เราิติดต่อกันผ่านทางเน็ตเป็นหลักเลย จริงๆสมัยก่อนผมเป็นคนที่ไม่ค่อยได้เข้าเน็ตเท่าไหร่หรอก เพราะว่าบางครั้งผมไม่อยากอ่ีานคอมเม้นแย่ๆของบางคนว่ะ แต่ช่วงนี้ผมต้องใช้มันมากขึ้น เพราะต้องคอบดูแลเพจของ Symfonia แล้วก็ Forum ของวงด้วย รวมถึง Facebook ซึ่งเป็นเครื่องมือกระจายข่าวสารของวงที่ดีที่สุดในตอนนี้เลย แต่ถึงมีอินเตอร์เน็ตมันก็ทำให้เราสื่อสารกันได้แค่นั้นล่ะ เพระาการทำวงมันต้องมาเจอกันแล้วก็ซ้อม แน่นอนว่าคุณต้องลงทุนลงแรงไปกับมันมากๆ วึ่งการทำงานสำหรับ Symfonia ในส่วนนี้มันไม่ง่ายเลย
 
Q : แล้วปกติคุณคุยกันโดยใช้อะไรเป็นหลักว่ะ
 
Matos : หลักๆก็อีเมลแหละ ผมเชคเมลแทบทุกวัน แต่ผมไม่ค่อยชอบเล่นไอ้ Facebook หรือพวก Forum เท่าไหร่ ผมว่าในนั้นมันมีพวกเรื่องไร้สาระเยอะเกินไป
 
 
Q : คุณเป็นพวกต่อต้านอินเตอร์เน็ตหรือเปล่าเนี่ย
 
Matos : เฮ้ย ผมไม่ใ่ชพวกต่อต้านอินเตอร์เน็ตนะ ผมคิดว่าอินเตอร์เน็ตมันเป็นเครื่องมือที่เจ๋งมาก ผมสามารถส่งเดโมของเพลงที่ผมทำให้เพื่อนที่อยู่ห่างไกลออกไปหลายหมื่นกิโลได้ในเวลาแป๊บเดียว แต่ที่ผมไม่ชอบคือการที่คนเอามันไปใช้อย่างผิดๆ มันมีไอ้พวกขี้ขลาดที่ซ่อนตัวอยู่หลังจอคอมพิวเตอร์ ไอ้คนที่ไม่กล้าที่จะมาพูดในสิ่งที่มันพิมพ์ด่าในอินเตอร์เน็ตกับคุณ ผมอยากให้ไอ้พวกนี้มันมีความกล้ามาพูดในสิ่งที่มันด่าผมหรือวิจารณ์ตัวผมต่อหน้าเหมือนกัน นั่นล่ะคือสิ่งเดียวที่ผมเกลียดเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต
 
Q : รู้สึกว่าคุณพึ่งมาโชว์แรกของทาง Symfonia ไป คุณคิดว่ามันเป็นยังไงบ้าง
 
Matos : บอกตามตรงว่าตอนนี้ผมค่อนข้างโล่งอกที่โชว์นั้นผ่านไปได้ด้วยดี เพราะมันมีความคาดหวังเกิดขึ้นมาก จากทั้งแฟนเพลงที่เข้ามาชมเราในวันนั้น รวมถึงทีมงานเบื้องหลังของเราด้วย แต่สุดท้ายแล้วพวกเราพอใจกับโชว์ในวันนั้น ผลตอบรับที่แฟนเพลงพวกนั้นมีต่อเราดีมากๆ
 
 
Q : พวกคุณซ้อมกันก่อนที่จะขึ้นไปแสดงโชว์นานมั้ยว่ะ
 
Matos : 4 วันเอง อย่างที่รู้ว่าสมาชิกแต่ละคนอยู่กันคนละัประเทศ พวกเรามาเจอกัน 4 วันก่อนที่จะเริ่มโชว์แรกของ Symfonia และเริ่มซ้อมกันอย่างจริงจัง
 
Q : คุณกลัวมั้ยว่า คนดูจะไม่ชอบเพลงของวงน่ะ
 
Matos : ผมเตรียมใจกับเรื่องนั้นมาแล้ว แต่มันผิดคาดว่าพวกเขาชอบเพลงของเรา ก่อนแสดงโชว์ผมบอกเพื่อนๆในวงว่า พวกเราต้องเตรียมใจไว้ว่าพวกคนดุอาจจะไม่ชอบเพลงของเรา และอาจจะไม่สนุกไปกับโชว์ในวันนี้ แต่ก็อยากใ้ห้ทุกคนในวงแสดงต่อไปอย่าหยุด อย่าหมดกำลังใจเด้ดขาด แต่หลังจากเราเล่นไป 3 เพลง พวกเขาก็สนุกกับมันมาก วึ่งทำให้ผมรู้สึกดีใจจริงๆ
 
 
Q : เท่าที่ดูในเซตลิสต์ดุเหมือนพวกคุณแทบไม่ได้เล่นเพลงเก่าของ Stratovarius เลย คุณไม่คิดจะเซอร์ไพรซ์แฟนๆด้วยเพลงเหล่านั้นหรอ
 
Matos : ไม่เลย ตั้งแต่เริ่มทำวง เราก็คุยกันแล้วว่าจะไม่เอาเพลงเหล่านั้นมาเล่นบ่อยๆ แน่นอนผมเชื่อว่ามีแฟนเพลงหลายคนที่คาดหวังให้เราเล่นเพลงเก่าของ Stratovarius บ้าง แต่คุณต้องเข้าใจว่านี่เป็นวงใหม่แล้ว ซึ่งเราก็ภูมิใจกับเพลงของ Symfonia มาก ดังนั้นเราจึงไม่มีทางเอาเพลงเก่าของ Stratovarius มาเล่นเป็นอันขาด
 
Q : คนดูอาจจะมองว่าพวกคุณเล่นง่ายด้วย ที่เอาเพลงเก่าของวงมาขายแบบนี้
 
Matos : ใช่ นั่นคือสิ่งที่ผมคิดเหมือนกัน
 
 
Q : ผมรู้สึกว่าพวกคุณจะเล่นเพลงเก่าไปสองเพลงเองนะคือ Dreamscape ของ Stratovarius กับ I Did It My Way ของ Revolution Renaissance ทำไมคุณถึงเลือก 2 เพลงนี้มาเล่นล่ะครับ
 
Matos : เพราะมันเป็นเพลงดีแต่ไม่ค่อยมีคนเอามาเล่นน่ะสิ คือตอนที่ผมทำโซโล่โปรเจค ผมก็เอาเพลงของ Angra มาเล่นบ้างนะ แต่ก็จะเลือกเฉพาะเพลงที่ Angra ไม่เคยหรือแทบไม่เอาไปเล่นสดเลย ผมชอบแบบนั้นมากกว่าว่ะ I Did It My Way เป็นเพลงที่ RR ไม่เคยเอาไปแสดงสดที่ไหนเ้ลย ส่วน Dreamscape เป็นเพลงเก่าของ Stratovarius ในยุคที่ ิทโม ยังเป็นนักร้องนำอยู่ ผมจะไม่ร้องเพลงในยุคที่ คอติเปลโต้ มาร้องเพราะผมเคารพเขาและไม่อยากให้มันเกิดการเปรียบเทียบซึ่งอาจนำพาไปสู่ความขัดแย้งได้
 
Q : คุณได้ฟังอัลบั้มใหม่ของ Stratovarius หรือยัง
 
Matos : เอาจริงๆนะพวก ผมยังไม่ได้ฟังมันเลยว่ะ ผมรู้ว่ามันได้รับเสียงตอบรับที่ดี พวกเขาเป็นนักดนตรีที่ดี ผมเชื่อว่าเพลงที่พวกเขาทำออกมาต้องเจ๋งแน่ๆ แต่ผมยังไม่มีเวลาที่จะหามันมาฟังเลยว่ะ แต่ชุดที่แล้วผมก็ลองฟังไปบ้างนะ มันก็เจ๋งดีว่ะ
 
 
Q : คุณว่าเพลง Stratovarius ในตอนนี้มันเหมือนกับเพลงของ Stratovarius ในสมัยที่มี ทิโม มั้ย
 
Matos : นี่มันคำถามอะไรว่ะเนี่ย ฮ่าๆๆ สำหรับผมนะ หัวใจของ Stratovarius คือ ทิโม นั่นแหละ ผมไมไ่ด้หมายความว่าเพลงของ Stratovarius ตอนนี้มันไม่มีความเป็น Stratovarius นะ ผมเพียงแค่รู้สึกว่ามันมีบางอย่างขาดไปเท่านั้นเอง แต่คำถามนี้คุณคงต้องให้แฟนเพลงของ Strato เป็นคนตอบว่ะ
 
Q : คุณมีโปรเจคอื่นๆนอกจาก Symfonia มั้ย
 
Matos : ไม่มีว่ะ ตอนนี้ผมยุ่งกับการทำงานของวงมาก จริงๆทาง โทเบียส ก็ติดต่อผมให้ไปร้องกับ Avantasia ในทัวร์สนับสนุนอัลบั้มใหม่ของพวกเขานะ แต่ก็ต้องปฏิเสธไปว่ะ
 
 
Q : แล้วงานเดี่ยวในนาม Andre Matos ยังคงมีอยู่มั้ย
 
Matos : มีๆๆ แต่ตอนนั้นผมพักวงนั้นไปชั่วคราวเพื่อมาทุ่มเทให้กับ Symfonia แล้ว อีกอย่างสมาชิกของวงผมอยุ่ในบราซิลทั้งหมดว่ะ ผมคงไม่ได้บินกลับไปร่วมงานกับพวกเขาในเร็ววันนี้แน่
 
Q : เออ ผมสงสัยว่าทำไมคุณถึงย้ายมาสวีเดนล่ะ
 
Matos : อ่อ ก้เพราะเมียผมอยู่ที่สวีเดนน่ะสิ ฮ่าๆ อยู่ที่นี่ผมเป็นคนเดียวที่มีผมสีดำ เหมือนเป็นตัวประหลาดเลยว่ะ ฮ่าๆๆ
 
 
Q : ผมขอถามเรื่องแวดวงในบราซิลหน่อยสิ ตอนคุณเริ่มทำวง Viper ตอนนั้นคุณอายุเท่าไหร่นะ
 
Matos : ประมาณ 14 ไม่สิ 13 ว่ะ
 
Q : ผมรู้สึกว่าในตอนนั้นเมทัลของบราซิลจะแบ่งเป็นสองขั้วหลักๆเลยคือพวกเอ็กตรีมเมทัลแบบ Sepultura กับเฮฟวี่เมทัลแบบ Viper พวกวงสองแนวนี้มันมีเขม่นกันหรือเปล่า
 
Matos : ในสมัยนั้น มันจะเป็นเรื่องของเมทัลที่ไม่ถูกกับพังค์ร็อคมากกว่าว่ะ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องสำคัญว่าคุณจะเล่นเมทัลแนวไหน จะเป็น Sepultura หรือ Viper ก้เป็นเพื่อนกันหมด
 
 
Q : อ่อ เมทัลในบราซิลสมัยนั้นต่อต้านแค่พังค์ร็อคล่ะสิ
 
Matos : ใ่ช่เลย พวกเราเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกันหมด แต่ทุกอย่างเริ่มมีการแบ่งแยกในช่วงกลางยุค 90s ซึ่งแฟนเพลงแตกเป็นกลุ่มๆอย่างเพาเวอร์เมทัล แธรชเมทัล เดธเมทัล โดยกลุ่มพวกนี้จะแยกกันอยู่อย่างชัดเจนในช่วงนั้น คือก่อนหน้านี้ในยุค 80s ไม่ว่าคุณจะฟังอะไรก้เมทัลเหมือนกันหมด เป็นเพื่อนกันได้หมด ไม่ว่าจะเป็น Motley Crue, Accpet หรือ Venom ก้เมทัลเหมือนกัน
 
Q : Slayer ล่ะ ฮ่าๆๆ
 
Matos : ใช่ๆ Slayer สมัยก่อนผมมีเสื้อวงเมทัลทุกแขนงอยู่ในบ้านเลย เพราะสมัยนั้นมันยากมากที่คุณจะได้ฟังเพลง กว่าแผ่นเสียงจะถุกส่งมาถึงประเทศในแถบอเมริกาใต้มันก็ใช้เวลานานมาก ดังนั้นเราจึงฟังทุกอย่างที่มีขายในประเทศนี้ ไม่วาจะเป็น Motley Crue, Dio หรือ Venom อะไรเข้ามาเราก็ฟังได้หมด ถึงแนวเพลงของ Viper กับ Sepultura จะต่างกันมาก แต่แฟนเพลงที่เข้ามาดูคอนเสิร์ตของพวกเราก็จะเป็นคนกลุ่มเดียวกัน เรายังเคยซ้อมดนตรีกับ Sepul ในห้องข้างๆกันด้วย ฮ่าๆ
 
 
Q : คุณเคยคิดจะเขียนหนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเมทัลในบราซิลมั้ย
 
Matos : น่าสนใจมากๆ ผมอยากให้มีคนเขียนถึงมันนะ เพราะพวกเราในสมัยนั้นเป็นนักรบเมทัลกันจริงๆ เพราะในสมัยนั้นเมทัลมันเป็นแนวที่สังคมในบราซิลไม่ยอมรับเลย พวกเราเหมือนพวกตัวประหลาด แต่ผมก็ภูมิใจมากที่อยู่ตรงจุดนั้นในเวลานั้น ผมชื่นชมวงเมทัลที่เล่นมาก่อนพวกเราในยุคนั้นอย่าง Vulcano, Dorsal Atlantica, Avenger, Metamorphosis อะไรพวกนี้ ส่วน Sepultura ตอนนั้นยังเด็กกันมากๆ แม็กก้อายุพอๆกับผมตอนเริ่มต้นวงนี่แหละ
 
Q : ตอนที่ Sepultura ประสบความสำเร็จใหม่ๆ พวกเขามักพูดเสมอว่าวงพังค์ในฟินแลนด์อย่าง Rattus และ Kaaos เป็นอิทธิพลของพวกเขานี่ คุณรู้จักวงพวกนั้นมั้ย
 
Matos : รู้จักสิ ผมเป็นเพื่อนกับพวกเขาด้วย
 
Q : คุณไปรู้จักพวกเขาได้ยังไงว่ะ ในเมื่อวงพวกนั้นถือว่าอันเดอร์กราวด์มากๆสำหรับคนฟิแลนด์ด้วยกันเองยังไม่รู้จักเลยนี่
 
Matos : ใช่ พวกเขาเป็นวงอันเดอร์กราวด์ แต่อย่างที่บอกว่าในยุค 80s ของบราซิลมันมีสงครามระหว่างพังค์ร็อคกับเมทัลมันก็ไม่แปลกที่พวกเราจะได้ฟังเพลงของวงพังค์บ้าง แต่สมัยนั้นมันคือสงครามจริงๆ คนเล่นเมทัลก็เล่นเมทัล คนเล่นพังค์ก็เล่นพังค์ แวดวงทั้งสองนี้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกันและกัน แบ่งแยกเขตแดนกันไปเลย
 
 
Q : กลับมาที่เรื่องของ Symfonia บ้าง คุณคาดหวังเกี่ยวกับยอดขายของอัลบั้มบ้างมั้ย
 
Matos : พุดยากว่ะ ผมว่าทุกวันนี้เราคงไม่สามารคาดหวังเรื่องยอดขายได้แล้วมั้ง ผมว่าเรื่องยอดขายมันเป็นเรื่องของสังกัีดมากกว่าว่ะ สำหรับผม ยอดขายมันไม่สำคัญเท่าไหร่ ผมภูมิใจที่อัลบั้มนีเสร็จสมบูรณ์
 
Q : ทางสังกัดวางแผนในการโปรโมตผลงานชุดนี้ยังไงบ้าง
 
Matos : จริงๆเรามีแผนจะไปโปรโมตที่ญี่ปุ่นนะ แต่น่าเสียดายที่เกิดเรื่องสึนามิเสียก่อน ไม่งั้นคงได้มีทัวร์สั้นๆในญี่ปุ่นไปแล้ว แล้วถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากลองไปโปรโมตในประเทศใกล้เคียงแบบเกาหลีใต้ จีน ไต้หวันนะ
 
 
Q :  แผนการในอนาคตสำหรับ Symfonia มีอะไรบ้าง
 
Matos : สำหรับตอนนี้คงมีแต่เรื่องทัวร์เท่านั้น คิดว่าคงเริ่มเร็วๆนี้ล่ะ เรามีแผนจะไปเล่นในเอเชียและอเมริกาใต้ด้วย
 
Q : เออ ผมได้ข่าวว่า อูลิ ได้รับบาดเจ็บนี่ มันเกิดอะไรขึ้นหรอ
 
Matos : ใช่ๆ เขามีปัญหากับแขนของเขาทำให้ไม่สามารถตีกลองได้ มันเป็นเรื่องที่แย่มากเพราะว่าทางวงกำลังไปได้สวย แต่โชคดีที่เราได้ อเล็กซ์ แลนเดอร์เบิร์ค มาเป็น Session Drummer ของเราจนกว่าอูลิจะหายดี ซึ่งเขาเป็นตัวเลือกที่ดีมาก
 
Q : ซึ่งบังเอิญว่า อเล็กซ์ เองก้เคยเป็นมือกลอง Session ของ Stratovarius ในช่วงที่ ยอร์ก ไมเคิล ป่วยเป็นมะเร็งเมื่อปีที่แล้วด้วย
 
Matos : ฮ่าๆๆ ใช่ มันเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า ฮ่าๆๆๆ
 
Q : หมดคำถามแล้ว ขอบคุณสำหรับบทสัมภาษณ์ครับ
 
Matos : เช่นกันครับ

Comment

Comment:

Tweet

Recommend