Power Quest

posted on 28 Feb 2011 18:22 by rebirthera in Band-of-the-Week
 
จริงๆ Power Quest จัดว่าเป็นวงเพาเวอร์เมทัลที่ผมชอบมากๆอยู่แล้วครับ การได้คุยกับ Steve William แกนนำหลักของวงเกี่ยวกับอัลบั้มชุดใหม่ถือว่าเป็นสิ่งที่สุดยอดมากๆทีเดียว แถมพี่แกยังตอบมายาวมาก เรียกว่าผมใช้เวลาแปลกันหลายชั่วโมงกว่าบทสัมภาษณ์นี้จะออกมาให้เราอ่านกันได้ครับ และอย่างที่ทราบกันดีสำหรับคนที่ติดตามผลงานของ PQ มาโดยตลอดว่าพวกเขาจัดแจงเปลี่ยนไลน์อัพกันยกวงเลยในคราวนี้ มาพูดคุยถึง สตีฟ วิลเลียม แกนนำหลักวงที่จะมาไขข้อข้องใจต่างๆกันครับ
 
Q : ก่อนอื่นอยากถามเกี่ยวกับการเปลี่ยนไลน์อัพครับ ผมรู้ว่าทาง Power Quest ก็มีการเปลี่ยนแปลงไลน์อัพบ่อยเหมือนกัน แต่คราวนี้ เกิดบ้าอะไรถึงเปลี่ยนกันทั้งวงครับ คือนี่มันเหมือนคุณกำลังไปสร้างวงใหม่เลย หลังจากออกอัลบั้ม Master of Illusion มันเกิดอะไรขึ้นหรอครับ ทำไมคุณตัดสินใจเปลี่ยนไลน์อัพยกวงแบบนี้
 
Steve : อืม ด้วยความสัตย์จริง มันไม่ใ่ช่การตัดสินใจของผมคนเดียวหรอก ที่ผมจะเล่าต่อไปนี้คือสิ่งที่เกิดกับไลน์อัพชุดเก่าของเราน่ะ และก็เป็นอย่างีที่นายบอกแหละว่านี่มันเหมือนเราเริ่มทำวงใหม่กัน แต่ถึงแบบนั้นสมาชิกใหม่ของ PQ ก็ทุ่มเทเพื่อผลักดันให้วงมันอยู่ต่อไปได้นะ
 
เมื่อฤดูใบไม้ผลิปี 2008 สตีฟ สก็อต (มือเบส) โทรมาบอกผมว่าเขาตัดสินใจจะย้ายบ้านกลับไปอยู่ที่นิวซีแลนด์ หลังจากที่เขาใช้ชีวิตอยู่ในลอนดอนมา 10 ปี ผมว่าเขาคงคิดถึงครอบครัวที่บ้านเขาและก็คงเบื่อการใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่แล้ว คือผมก็อึ้งๆไปนิดๆนะ แต่ก็เข้าใจการตัดสินใจของเขาแหละ สตีฟอยู่กับผมมาตั้งแต่วันแรกของการตั้ง Power Quest เลย แถมผมยังเคยเล่นร่วมกับเขาในวง Dragonheart (ปัจจุบันคือ DragonForce)  เรียกว่าได้ว่าเขาเป็นมือขวาของผม มันเป็นเรื่องเศร้ามากที่ต้องเห็นเขาออกจากวงเราไป เขาเป็นนักดนตรีที่ดีแล้วก็เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของผมคนนึง
 
พอเดือนพฤษภาคมปี 2009 อเลสซิโอ การาเวลโล (ร้องนำ) ก็มาบอกผมว่าเขาจะขอลาออกจากวงหลังจากทัวร์ Metalfest ที่อังกฤษจบลง เขาบอกว่าจะ retire จากวงการเพาเวอร์เมทัลแล้ว รวมทั้งออกจากวง Arthemist ที่เขาสังกัดอยู่ด้วย คือเขาอยากไปเล่นพวกอัลเตอร์เนทีฟร็อคมากกว่าว่ะ นั่นทำให้ผมช็อคอีกรอบ แต่ก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของเขา ก็เหมือนอย่างที่ผมชอบพูดบ่อยๆในวง PQ ว่าคนเราเกิดมาแค่ครั้งเดียว ดังนั้นจงเดินตามหัวใจของคุณซะ จงทำในสิ่งที่คุณคิดว่ามันใช่สำหรับคุณ ทุกคนในวงเป็นเพื่อนของผมที่ผ่านอะไรมาด้วยกันเยอะ แม้พวกเขาจะตัดสินใจทำสิ่งที่ผมไม่พอใจ แต่ผมก็เชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่เขาคิดมาดีแล้ว ผมว่านี่แหละมันคือมิตรภาพและคามเป็นพี่เป็นน้องล่ะ
 
หลังจากนั้นไม่กี่เดือน อันเดร (กีตาร์) และฟรานเชสโก้ (กลอง) ก็ตัดสินใจออกจากวงไปอีก อันเดรมีปัญหาเรื่องการบริหารเวลากับวงของเขา Arthemis รวมถึงภาระงานในฐานะครู ซึ่งเป็นงานประจำก็เพิ่มมากขึ้นด้วย สำหรับอันเดร แล้ว Arthemis ก็มีความสำคัญกับชีวิตของเขาเหมือนที่ผมให้ความสำคัญกับ PQ ผมเข้าใจการตัดสินใจของเขาดี ส่วนฟรานเชสโก้ เองก็รู้ว่าผมกำลังหาสมาชิกไลน์อัพใหม่ที่อาศัยอยู่ในอังกฤษ มันก็คงรู้สึกแปลกสำหรับเขาที่เป็นสมาชิกเพียงคนเดียวที่อาศัยอยู่ในอิตาลี
 
ผมได้ขอบคุณพวกเขาบนเวทีสุดท้ายที่พวกเราได้เล่นด้วยกัน สำหรับทุกสิ่งที่พวกเขาทุ่มเทให้กับ PQ มาโดยตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ผมรู้ว่าหลายๆคนอยากได้ยินเรื่องความขัดแย้งในวงเช่น สมาชิกโดนไล่ออกอะไรทำนองนี้ แต่ความจริงแล้วพวกเราทุกคนเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอ พวกเรายังคงติดต่อกันอยู่บ่อยๆเพื่ออัพเดทข่าวคราวของอีกฝ่ายโดยเฉพาะเรื่องดนตรีเป็นหลักเลย
 
 
Q : ตอบยาวมากครับ คุณใช้เวลานานมั้ยในการ ออดิชั่นสมาชิกใหม่เข้าวง ใครเข้ามาเป็นคนแรกและคนสุดท้ายครับ
 
Steve : ผมใช้เวลาถึง 9 เดือนถึงจะหาสมาชิกที่ลงตัวให้กับ Power Quest ครับ มีคนเข้ามาสมัครเป็นมือกีตาร์และนักร้องมากกว่า 50 คน มันเป็นงานที่หนักมากๆ คนแรกที่เข้ามาในวงเลยคือ แอนดี้ มิดจ์ลีย์ (กีตาร์) แล้วก็เป็น ริช สมิท (กลอง) กับ พอล ฟินนี (เบส) จริงๆผมได้ตัวนักร้องและมือกีตาร์อีกคนมาแล้ว แต่ไม่ค่อยเวิร์กเท่าไหร่ จนกระทั่งเมื่อมีนาคมปีที่แล้ว ผมก็ได้ตัว ชิทรา โซมาพาลา มาร้องให้กับเรา คนสุดท้ายที่เข้ามาคือ เกวิน โอเวน (กีตาร์) ในเดือนเมษายน
 
สำหรับ พอล ฟินนี (เบส) เป็นเพื่อนผมมา 15 ปีแล้วเขาเคยทำงานเป็น Stage Manager ให้กับเรา ดังนั้นเขาจึงเป็นคนที่คุ้นเคยกับการทำงานให้ PQ อย่างดี ส่วน ริช สมิธ ก็เป็นมือกลองที่ผมชื่นชอบในฝีมือตั้งแต่เห็นเขาเล่นอยู่ในวงเก่าซึ่งเขาเล่นเปิดให้กับเรา ส่วนแอนดี้ ก็เป็นมือกีตาร์หนุ่มชาวอังกฤษที่กำลังมาแรงในช่วงปีสองปีนี้ การได้ทั้ง 3 คนนี้มาร่วมงงานมันเยี่ยมมากๆเพราะพวกเขาเป็นนักดนตรีที่ฝีมือฉกาจ แถมยังเป็นแฟนเพลงของ Power Quest ด้วย
 
ตอนที่เกวิน (กีตาร์) มาออดิชั่นกับเรา แดน น้องชายฝาแฝดของเขาก็มาออดิชั่นกับเราด้วย ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่แปลกสำหรับผมมากๆ เสียดายที่เราสามารถเลือกพวกเขาได้คนเดียว ไม่งั้นคงได้เห็นมือกีตาร์ฝาแฝดดวลริฟฟ์กันบนเวทีแล้ว มันคงเป็นภาพที่เจ๋งมากๆ ฮ่าๆๆ
 
 
Q : ชิทรา โซมาพาลา (ร้อง) เป็นนักร้องที่ค่อนข้างดังในสายเพาเวอร์เมทัลเลยนะ แล้วคุณไปได้ตัวเขามายังไง ผมเห็นว่าเขาเองก็มีโปรเจคอยู่เยอะเหมือนกันนี่ แล้วมาบริหารเวลาร่วมกับ PQ ได้ยังไงว่ะ
 
Steve : ผมรู้จัก ชิตตี้ มาหลายปีแล้วเหมือนกัน ผมเคยทำงานกับเขาตอนที่เป็นร่วมแจมกับ เดวิด แชงเกิล (อดีตสมาชิก Manowar) เมื่อราวๆ 2-3 ปีก่อน ผมกับเขาทำงานเข้าขากันได้ดี แถมยังเคยพูดกันเล่นๆด้วยซ้ำว่าเราน่าจะทำโปรเจคร่วมกันซักหน่อย ตอนที่ผมกำลังหานักร้องนำผมก็ตัดสินใจที่จะมาคนที่มีน้ำเสียงเฮฟวี่แบบตรงไปตรงมา ผมเลยลองติดต่อชิตตี้ ดูว่าเขาจะสนใจร่วมงานกับเรามั้ย ปรากฎว่าเขาตอบตกลงทันที ตอนนี้ ชิตตี้ มุ่งความสนใจแค่ PQ วงเดียวนะ แล้วก็วงของเขาอีกวงคือ Red Circuit มันเลยไม่มีปัญหาสำหรับเขาที่จะปรับตารางให้ตรงกับพวกเรา ผมพยายามวางแผนงานให้ไกลๆเลย ตอนนี้ตารางงานของ PQ ยาวไปจนถึงสิ้นปีแล้วล่ะ
 
Q : สำหรับไลน์อัพใหม่นี้มันทำให้ซาวนด์ของ PQ เปลี่ยนไปมั้ย แฟนๆสามารถคาดหวังอะไรจากอัลบั้มใหม่ได้บ้างครับ
 
Steve : ใช่แล้ว การเปลี่ยนสมาชิกถึง 5 คนแบบนี้มันย่อมส่งผลต่อซาวนด์ีที่ออกมาแน่นอน รวมถึงวิธีการที่วงทำงานกันด้วย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือผมยังคงเป็นคนเขียนเพลงหลักของ PQ อยู่ ดังนั้นแฟนๆสามารถคาดหวังท่อนฮุคที่ติดหู รวมถึงเมโลดี้สไตล์ PQ ได้เลย แต่ก็มีบางส่วนที่เป็นไอเดียซึ่งมาจากสมาชิกใหม่ของเราด้วย ดังนั้นมันต้องเปลี่ยนไปแน่นอน อย่างในอัลบั้มนี้มีเพลงที่ผมเขียนร่วมกับ แอนดี้ ถึง 3 เพลง ซึ่งเราก็ทำงานได้เข้าขากันดี อ่อ แอนดี้กับเกวิน ยังเป็นคนเขียนอินโทรในอัลบั้มนี้ด้วย มันเป็นเพลงที่กีตาร์ปั่นเป็นไฟแลบเลย นี่เป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใน PQ มาก่อน
 
 
Q : แล้วชื่ออัลบั้ม Blood Alliance นี่มันสื่อว่าตัวเพลงจะหนักหน่วงขึ้นกว่าชุดก่อนๆด้วยหรือเปล่า
 
Steve : ผมว่า Blood Alliance น่าจะเป็นอัลบั้มที่หนักที่สุดที่เราเคยทำมาแล้ว รวมถึงเป็นอัลบั้มที่เร็วที่สุดที่เราเคยทำด้วย นั่นเพราะเรามีมือกีตาร์ถึง 2 คนเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี (ตำแหน่งกีตาร์ตัวที่ 2 เคยเป็นของแซม ทอตแมน แห่ง DragonForce ในสมัยวงออกชุดแรกเมื่อ 9 ปีที่แล้ว - ผู้เขียน) ผมอยากให้โลกได้เห็นว่ามือกีตาร์ทั้ง 2 คนนี้ยอดเยี่ยมแค่ไหน ส่วนนำ้เสียงของ ชิตตี้ ก็เฮฟวี่มากๆด้วย เขามีน้ำเสียงที่ออกไปทางโอลสกูลกลิ่นอายบลูส์และฮาร์ดร็อค นั่นคือสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนใน PQ ผมชอบที่จะผสมผสานเพาเวอร์เมทัลเข้ากับฮาร์ดร็อคนะ คุณสามารถสังเกตได้จากอัลบั้ม Magic Never Dies หรือ  Neverworld เลย
 
Q : หน้าปกอัลบั้มนี้ชวนให้ผมนึกถึงปกอัลบั้ม Magic Never Dies ที่มีความเป็นโลกอนาคตขึ้น คุณมีคอนเซปเบื้องหลังการทำงานชุดนี้หรือเปล่า
 
Steve : ไอเดียของคอนเซปเบื้องหลังปกอัลบั้มคือเราต้องการสื่อว่า พันธมิตรเลือด มีมานานหลายศตวรรษแล้ว ในหน้าปกคุณจะเห็นคาแรกเตอร์จากอัลบั้ม Master of Illusion ที่ตอนนี้เขามาอยู่ในโลกที่มันโมเดิร์นขึ้น คุณสามารถเห็นจากแบกกราวด์ที่เป็นภาพตึกระฟ้าต่างๆ ประตูที่ตรงกลางเชื่อมโยงระหว่างอดีตกับอนาคต ซึ่ง Master of Illusion ได้เดินทางผ่านมันมา ส่วนในบุคเลทจะเป็นภาพของโลกซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งของประตู
 
คอนเซปเบื้องหลัง Blood Alliance มี 2 อย่างคือ ผมพูดถึงสมาชิกใหม่ของวง มิตรภาพของเพื่อนใหม่ที่จะช่วยขับเคลื่อน PQ ไปสู่อนาคต ส่วนคอนเซปอีกส่วนจะอยู่ในเพลงชื่อเดียวกับวงที่พุดถึงสังคมใต้ดินที่มีตัวตนอยู่หลายศตวรรษแล้ว โดยความลับนี้ถูกส่งต่อจากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูกมาเป็นเวลานานแสนนาน
 
 
Q : อันนี้ ผมสงสัยส่วนตัวเลย ว่าทำไมปกอัลบั้มทุกชุดของ Power Quest ถึงนิยม สีน้ำเงิน ครับ
 
Steve : โอ้ว นี่เป็นคำถามที่ดีมาก และไม่เคยมีใครถามผมมาก่อนเลยด้วย ที่ผ่านมาผมไม่เคยคิดถึงมันเลยนะ แล้วมันก็ไม่ใช่การตัดสินใจของผมด้วย ผมไม่เคยบอกให้ศิลปินที่วาดปกของเราใช้โทนสีนำ้เงินเลย มันเป็นเรื่องบังเอิญที่ศิลปินเหล่านั้นคิดต่อหลังจากฟังไอเดียจากผมมากกว่า จริงๆผมอยากบอกนะว่าเป็นอุบายอันแยบยลของพวกเราที่ใส่ไปในเพลงน่ะ แต่ความจริงแล้วมันเป็นเรื่องบังเอิญทั้งนั้น หวังว่านายคงไม่ผิดหวังนะ ฮ่าๆๆ
 
Q : ช่วยเล่าถึงขั้นตอนการทำงานในอัลบั้มนี้หน่อยได้มั้ยครับ คุณเริ่มจากการแจมเพลงด้วยกัน หรือว่ามันมีวัตถุดิบเตรียมไว้เสร็จอยู่แล้วในสตูดิโอ
 
Steve : ถ้าเมื่อก่อน สมาชิก 3 คนในวงอาศัยอยู่ในอิตาลีหมด ดังนั้นเราจึงไม่ค่อยได้ซ้อมกันมากเท่าไหร่ แต่ตอนนี้ทุกเดือนเราต้องมาซ้อมกันช่วงสุดสัปดาห์ และแม้ ชิตตี้ จะอยู่ที่เยอรมัน เขาก็บินมาซ้อมกับเราด้วย และถึงแม้สมาชิกของ PQ จะอยุ่บนเกาะอังกฤษเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้อยู่ใกล้ๆกันหรอก อย่าง พอล นี่อยู่ในสกอตแลนด์ เกวินอยู่ที่ทางตอนใต้ของเวลส์ ดังนั้นพวกเราทุกคนในวงต้องเดินทางราวๆ 4-5 ชั่วโมงเพื่อมาซ้อมดนตรีร่วมกันที่ เดอบี้ ส่วนการเขียนเพลงก็คล้ายๆกับที่เราเคยทำมาโดยตลอดคือผมเป็นคนเขียนเมโลดี้ เนื้อเพลง ไลน์คีย์บอร์ดในสตูดิโอที่บ้านผมเอง แล้วผมก็จะให้สมาชิกในวงช่วยกันเสนอไอเดียในการปรับแต่งเพลง ซึ่งทุกย่างก็ออกมาดีมากสำหรับอัลบั้มชุดนี้ ซึ่งทุกคนเองก้รู้จักเพลงของ PQ มาด้วยดีตลอดก่อนที่เราจะบันทึกเสียงมันด้วยซ้ำ ในส่วนของโซโล่เราก็ทำกันแค่ เทคเดียวผ่าน ซึ่งมันเจ๋งมากๆ ผมต้องขอบคุณเหล่าสมาิชิกใหม่ที่สละแรงช่วยให้อัลบั้มนี้ออกมาตรงตามเวลา ในอัลบั้มนี้เราบันทึกเสียงกันหลายสตูดิโอด้วยกัน ซึีงก็มี Foel Studio ในวลส์ มันเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ได้ทำงานร่วมกับ Chris Fielding (Primordial, Napalm Death) และ Dave Anderson (อดีตสมาชิก Hawkwind) ผมหวังว่าคงได้ทำงานร่วมกับพวกเขาอีกครั้งในอนาคต
 
 
Q : ผมได้ยินว่ามีเหตุบางอย่างเกิดขึ้นตอนคุณมิกซ์อัลบั้มนี้ที่อิตาีลหรอ ผมได้ยินว่าน้ำท่วมสตูดิโอ ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยสิครับ
 
Steve : ใช่เลย นี่คือปัญหาที่พวกเราไม่เคยเตรียมการมาก่อนเลย หนึ่งอาทิตย์ก่อนที่เราจะทำการมิกซ์อัลบั้มชุดนี้  มันก็เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่เลย มีคนเสียชีวิตจากเหตุครั้งนี้ด้วย มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากๆ ดังนั้นการทำอัลบั้มชุดนี้เลยเลื่อนไปถึง 3 อาทิตย์ นิก ซาวิโอ (มาสเตอร์อัลบั้มชุดนี้) ต้องซ่อมแซมสตูดิโอครั้งใหญ่ทีเดียว พวกเราเองก็เครียดกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เมื่อเทียบกับประชาชนของอิตาีลที่ต้องเสียที่อยู่ รวมทั้งเสียชีวิืตแล้ว การที่อัลบั้มเราออกช้าไปมันเป็นเรื่องที่เทียบไม่ได้เลยกับความสุญเสียครั้งนั้น
 
Q : อังกฤษเป็นประเทศต้นตำหรับของแนวเฮฟวี่เมทัลเลยก็ว่าได้นะ โดยเฉพาะยุค 70s-80s แต่ทำไมตอนนี้ถึงไม่ค่อยมีวงเมทัลจากอังกฤษเท่าไหร่เลย ดุเหมือนอังกฤษจะขึ้นชื่อเรื่องของดนตรี บริท หรืออัลเตอร์เนทีฟมากกว่านะ อย่าง Oasis หรือ Radiohead คุณรู้สึกยังไงกับเรื่องนี้บ้าง แ้ล้วคุณฟังเพลงพวกนี้บ้างมั้ย
 
Steve : อืม ผมว่าวงอังกฤษเจ๋งๆก็มีเยอะนะ อย่าง Bullet for my Valentine กับ DragonForce หรือวงรุ่นเก่าอย่าง Saxon และ Iron Maiden ก็ยังเป็นวงที่เข้มแข็งอยู่ ส่วนพวกดูมแล้วก็เอ็กตรีมเมทัลก็เข้มแข็งไม่แพ้กันเช่น Cradle of Filth, Napalm Death และ Cathedral แต่ถ้าพวกโปรเกรซซีฟอาจจะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักหน่อยอย่าง Threshold, Arena หรือ Pendragon ส่วนวงใหม่ๆก็ออกผลงานมาเรื่อยๆนะ หรือถ้านายเป็นแฟนของพวกคลาสสิคร้อคก้กำลังมีผลงานของวงชื่อ Voodoo Six ออกมาด้วย
 
และแน่นอนว่ากระแสของบริทป๊อปมาแรงมากตั้งแต่ปี 96 แล้ว วงอย่าง Oasis, Blur หรือ Pulp เป็นวงที่ดังมากๆในยุคนั้น ผมไม่ได้ฟังเพลงพวกนี้เลย แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าวงไหนที่กำลังฮอตฮิตติดชาร์ตในขณะนี้ด้วย ฮ่าๆๆๆ ผมอาจจะแก่มากแล้วที่จะเดินตามเพลงป๊อปสมัยใหม่นะ แต่ถ้ัาในยุค 80s ผมก็ชอบฟังเพลงป๊อปเหมือนกัน ผมชอบวงอย่าง A-HA และ the Pet Shop Boys ฮ่าๆๆๆ 
 
 
Q : คุณคิดอย่างไรกับความสำเร็จของวง DragonForce ครับ เพราะพวกคุณเคยเป็นทองแผ่นเดียวกันมาก่อนสมัยใช้ชื่อว่า DragonHeart
 
Steve : ใช่เลย ผมกับสตีฟ สกอต เป็นสมาชิกดั้งเดิมของ DragonHeart ตอนนี้ผมก็ยังเป็นเพื่อนที่ดีกับ แซม ทอตแมน อยู่นะ ผมดีใจมากที่เห็นพวกเขาประสบความสำเร็จอย่างสูงในช่วง 2-3 ปีหลังนี่ แต่ผมก็รู้สึกเสียใจกับการเดินออกไปของ ZP นะ แต่ก็หวังว่าพวกเขาจะหานักร้อง