Blind Guardian

posted on 11 Aug 2010 13:52 by rebirthera in Band-of-the-Week

 

หลังจากรอคอยกันมานานแสนนาน อัลบั้มใหม่ล่าสุดของ Blind Guardian ก็ออกมาให้เราฟังกันแล้วครับ สำหรับใครที่ติดตามงานของพวกเขามาตลอดก็จะรู้ดีว่าแต่ละอัลบั้มไม่เหมือนกันเลยซักชุด ดังนั้นเพื่อเป็นการไม่ให้เสียเวลา เรามาอ่านบทสัมภาษณ์ของ Hansi แกนนำหลักของวงกันดีกว่าครับ โดยเขาจะมาไขข้อสงสัยหลายๆข้อที่แฟนของวงนี้คงสงสัยอยู่แล้ว ดังนั้นเชิญอ่าน

Q : สวัสดีลุง อัลบั้มใหม่ของ Blind Guardian เจ๋งมากเลยครับ ในที่สุดมันก็ออกมาสู่หูของชาวเมทัล คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง

Hansi : ขอบคุณครับ  ต้องรู้สึกดีสิว่ะ อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่มีโปรดักชั่นเยียมยอดที่สุดตั้งแต่พวกเราทำมาเลยว่ะ เราทำงานกันสนุกมากๆ มันแทบไม่มีความเครียดเกิดขึ้นในระหว่างทำงานชุดนี้เลย แถมเสียงตอบรับของแฟนเพลงก็ยอดเยี่ยมด้วย สถานการณ์ตอนนี้ของวงดีมาก และเราก็หวังว่าจะนำเพลงในชุดนี้ไปเล่นสดไวๆด้วยทันทีที่เราออกทัวร์กัน

Q : เนื้อเพลงในอัลบั้มนี้ส่วนมากเกี่ยวกับอะไรครับ คุณใช้เวลาเขียนมันนานมั้ย

Hansi : เนื้อเพลงส่วนมากเอามาจากนวนิยายต่างๆ เวลาในการเขียนก็ขึ้นอยู่กับเพลงแต่ละเพลงครับ สิ่งที่ยากที่สุดกว่าการเขียนเนื้อเพลงคือการอ่านแล้วทำความเข้าใจเรื่องราวเหล่านั้น เนื้อเพลงของบางเพลงใช้เวลาเขียนแค่ 2-3 วัน แต่บางเพลงใช้เวลาเขียนเืกือบ 10 วันเลยก้มี แต่ก็อย่างที่บอกเวลาที่หมดไปส่วนใหญ่คือการทุ่มเทค้นคว้าข้อมูลแล้วอ่านนวนิยายต่างๆเช่น งานของ Robert Jordan เรื่อง The Wheel of Time ที่ออกมาเป็นซีรี่ก็กินเวลาอ่านทั้งชาติแล้ว แต่การอ่านหนังสือมันก็เป็นงานอดิเรกของผมอยู่แล้วด้วย ดังนั้นเลยไม่ค่อยรู้สึกเหนื่อยครับ

Q : แล้วคุณตัดสินใจยังไง ในการเลือกนิยายแต่ละเรื่องมาเขียนเป็นเพลงแต่ละเพลงล่ะครับ ดนตรีมาก่อนหรือคุณเขียนดนตรีโดยเอาแรงบันดาลใจมาจากเนื้อเรื่องนั้นๆ

Hansi : หลังจากที่ผมอ่าน ผมก็จะเลือกประเด็นต่างๆที่พบในนิยายเรื่องนันว่าตรงไหนมันเหมาะที่จะนำมาใช้ในเพลงของ Blind Guardian บ้าง แต่ยังไงดนตรีมันก็ต้องมาก่อน ทันทีที่ดนตรีมา ผมก็จะต้องมาคิดว่าเนื้อเรื่องไหนที่น่าจะเหมาะกับดนตรีนั้น แต่มันก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงอีก ถ้าเพลงถูกเขียนไปในทิศทางอื่น แต่ส่วนมากดนตรีมาก่อนครับ

Q : ชื่ออัลบั้ม At the Edge of Time คุณพยายามนำเสนออะไรครับ

Hansi : ผมว่าดนตรี เนื้อเพลง แล้วก็ปกอัลบั้มมันสอดรับด้วยกันทั้งหมดนะ อย่างปิราดมิดที่อยู่บนปกอัลบั้มก็คือสิ่งก่อสร้างที่ข้ามการเวลามาแล้ว ซึ่งเพลงในอัลบั้มส่วนใหญ่ก็มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเวลาด้วย 

Q : คนเขียนปกอัลบั้มคือ Felipe Machado Franco ซึ่งเป็นแฟนเพลงของ Blind Guardian ด้วย คุณว่าการให้เขามาเป็นคนเขียนปกมันทำให้สามารถสื่อเนื้อเพลงของวงออกมาชัดเจนขึ้นด้วยมั้ย

Hansi : ฮ่าๆ ใช่เขาเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเราคนนึงเลย ตอนที่ผมบอกว่าจะให้เขาเขียนปกให้ เขาก็ตอบรับทันที แถมส่งแบบร่างมาให้ผมในไม่กี่วันเลยด้วย เขารู้จักวงเรามานานแล้วก็จริง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเพลงของเราเป็นคนแรกในโลก ก่อนที่มันจะออกมาวางขายอีก ดังนั้นทุกอย่างที่เขาทำจึงออกมาสดมากๆ และผมยินดีที่เขาทำงานออกมายอดเยี่ยมมากด้วย

Q : คุณเคยเอาเพลงชุดใหม่นี่ไปลองเล่นสดดูบ้างไหม

Hansi : ยังไม่เคยเลยครับ แต่เราจะเริ่มทัวร์สำหรับอัลบั้มใหม่เดือนกันยายนนี้ ตอนนี้เราแค่ซ้อมกันเฉยๆ แต่ผมก็แปลกใจที่ว่าเพลงชุดนี้มันเอามาเล่นสดมันมากๆ ผมเลยคิดว่าจะเอามันไปเล่นซัก 3-4 เพลง แหละครับ และเพลง Sacred Worlds ก็คือเพลงเปิดโชว์ของเราด้วย

Q : ตอนคุณเขียนเพลง คุณเคยคิดว่าน่าจะลองเขียนเพลงเพื่อนำไปเล่นสดบ้างมั้ย

Hansi : ไม่เคยเลยครับ เราเขียนเพลงเพื่อทำให้อัลบั้มออกมาให้เจ๋งๆเท่านั้น เราไม่เคยคิดเลยว่าเพลงที่เขียนจะเอาไปเล่นสดอย่างไร แต่นัี่่นแหละที่สนุกเพราะมันได้ท้าทายตัวคุณด้วย คือผมจะบอกคุณตรงๆเลยว่าเพลงบางเพลงที่เราเขียนขึ้นก็เอาไปเล่นสดจริงๆไม่ไ่ด้เลยก็มี อย่างในชุด A Night at the Opera ก็มีเพลงแบบนั้นหลายเพลเหมือนกันครับ 

Q : ขอพูดถึงอัลบั้มที่แล้วอย่าง A Twist in the Myth บ้าง ผมรู้สึกว่าชุดนั้นเป็นงานที่คุณลดทอนพวกเสียงประสานหรืออเครสตร้าไปเยอะมาก นั่นมีสาเหตุมาจากอัลบั้มชุดก่อนอย่าง A Night at the Opera มันฟูลออฟชั่นจนยากที่จะดึงเพลงมาทำไลฟ์หรือเปล่า

Hansi : ผมว่าชุด A Twist in the Myth ก็เล่นยากเหมือนกันนะ อย่างเพลง Another Stranger Me ก็มีเสียงที่สูงมากๆตลอด มันก็ยากเหมือนกัน แต่แน่นอนว่ามันเล่นง่ายกว่าเพลงในชุด A Night at the Opera แน่นอน ไม่ใชเพราะว่าเสียงร้องที่มีการอัดทับซ้อนกันหลายเลเยอร์เท่านั้น แต่รายละเอียดของเครื่องดนตรีในชุดนั้นก็ยากเหมือนกัน ในชุดต่อมา A Twist in the Myth เราก็อยากลดรายละเอียดตรงนั้นลงมา ส่วนชุดล่าสุดผมว่าัมันคือส่วนผสมของ A Night at the Opera กับ A Twist in the Myth นะ คือเพลงไม่ยากเกินไปแล้วก็ไม่ง่ายเกินไปด้วย

Q : ถามเรื่อง A Night at the Opera นะ คุณเอาเพลงพวกนั้นมาเล่นไลฟ์ยังไงบ้าง

Hansi : เพลงที่ี่เราหยิบมาเล่นในชุดนั้นก็มี And Then There Was Silence, The Soulforged และ Under the Ice คือจริงๆไม่ใ่ชว่าเราไม่สามารถเล่นเพลงเหล่านี้ออกมาได้จริงๆหรอกนะ เพียงแต่ว่าการเล่นเพลงเหล่านั้นออกมามันต้องใช้พลังงานและเวลามากๆ มันไม่ดีแน่ถ้าคุณต้องเล่นมันแทบทุกคืนในขณะออกทัวร์นะ

Q : แล้วเพลงในชุดใหม่ล่ะครับ

Hansi : ตอนนี้เรายังไม่รู้เลยว่าจะเป็นเพลงไหนอีกบ้าง ที่ซ้อมมาแล้วก็มี Sacred Worlds กับ Wheel Of Time

Q : โอเค ถามเรื่องทัวร์บ้าง แล้วคุณจะมีทัวร์ที่อื่นนอกจากยุโรปมั้ยครับ

Hansi : มีครับ แต่ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เท่านั้นเอง คงประมาณปลายๆปีแหละครับที่เราจะออกไปทัวร์อเมริกา หรือที่อื่นบ้าง

Q : Blind Guardian เป็นวงที่ยิ่งใหญ่ในยุโรปมาก แต่ในอเมริกามีคนน้อยคนที่รู้จักพวกคุณ เวลาไปเล่นสดบรรยากาศมันต่างกันมั้ยครับ

Hansi : ถ้าไม่นับเรื่องคนดูน้อยกว่า ก็ไม่ต่างเลยครับ แฟนๆชาวอเมริกันเตรียมตัวมาดีมากๆ บรรยากาศมันเลยไม่ต่างกับเล่นโชว์ที่ยุโรปเท่าไหร่


 

Q : มีคำถามที่หลายคนอยากรู้มานานแล้วครับ ว่าสไตล์ของพวกคุณที่มีการเอาเสียงมาอัดทับหลายเลเยอร์นั้นได้แรงบันดาลใจมาจาก Queen หรือเปล่า

Hansi : ตอบยากนะ แต่แน่นอนว่า Queen คือวงที่มีอิทธิพลต่อพวกเรามากในตอนทำงานในชุด Tales from the Twilight World ผมก็กำลังฟังเพลงของ Queen เหมือนกัน แต่เพลงในอัลบั้ม 2 ชุดแรกอย่าง Majesty หรืิอ Banish from Sanctuary ก็มีการประสานเสียงแบบนั้นเหมือนกันในท่อนคอรัส ซึ่งทั้งสองเพลงนั้นไมไ่ด้รับอิทธิพลมาจาก Queen แน่ๆ ดังนั้นผมเชื่อว่าส่วนนึงน่าจะมาจาก Queen และอีกส่วนน่าจะมาจากเราเองครับ

Q : แล้วนอกจาก Queen มีวงไหนที่เป็นอิทธิพลของ Blind Guardian อีกมั้ยครับ

Hansi : ในช่วงที่เราเริ่มทำวงกัน Metallica, Iron Maiden, Helloween เป็นวงที่มีอิทธิพลต่อพวกเรามากๆ แล้วผมก็ชอบพวกวงแธรชจากเบย์แอเรียอีกหลายๆวงด้วย นอกจากนี้ก็มี Fates Warning กับ Pretty Maid ก็เป็นวงที่ผมชอบมากๆและพวกเขาก็มีอิทธิพลต่อเรามากๆเหมือนกัน แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ค่อยถูกพูดถึงเท่าไหร่ ถ้านอกจากเมทัลผมเราก็ยังได้อิทธิพลมาจาก The Rolling Stone, Kiss, Genesis ด้วย 

Q : ผมเคยอ่านเจอมาว่าพวกคุณเคยทำโปรเจคเป็นออเครสตร้าให้เรื่อง Lord of the Ring ด้วย มันเกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมมันเงียบหายไปแล้ว

Hansi : เราไม่ได้ทำอัลบั้มเกี่ยวกับ Lord of the Ring ครับ เราทำโปรเจคของเพลง 10 เพลงที่มีซาวด์ออเครสตร้าเยอะมาก และผมก็ร้องด้วย แต่เราก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเขียนเนื้อเรื่องที่เกี่ยวกับ Lord of the Ring หรือเปล่า เราอาจจะเขียนเรื่องอื่นนะ แต่ตอนนี้มันยังแค่เิริ่มต้นเท่านั้นเอง และผมคิดว่าคงยังไม่เสร็จในเร็วๆนี้หรือปี 2011 แน่นอน

Q : กะออกมาปี 2012 เพื่อตอนรับโลกใหม่หรือเปล่าครับ

Hansi : ฮ่าๆๆๆ ผมว่าเผลอๆปี 2012 ก็ยังไม่เสร็จนะ อาจจะเป็น 2013 เพราะหลังจากนี้เราจะออกทัวร์กันเป็นปีเลยว่ะ ตารางทัวร์น่าจะยาวไปจนถึงปลายปี 2011 เลย แ้ล้วหลังจากนั้นผมก็ต้องอาศัยเวลาพักผ่อนหลอดเสียงของผมด้วย ถ้าจะเริ่มงานจริงๆก็คงในปี 2012 ล่ะครับ เพราะอัลบั้มชุดนี้ที่เรากำลังจะทำมีความเป็นออเครสตร้าแล้วก็เหมือนซาวด์แทรคหนังเลยด้วย ผมอาจจะต้องหานักร้องคนอื่นๆมาช่วยผมร้องในเพลงต่างๆด้วย ดังนั้นคุณจะเห็นว่ามันเหลืองานอีกเยอะที่เราจะทำเลยว่ะ

Q : ดูเหมือนคุณได้ไปร่วมร้องเพลงในอัลบั้มชุดใหม่ที่กำลังจะออกมาของวง Van Canto ด้วยนี่ คุณไปร่วมงานกับพวกเขาได้ยังไงว่ะ

Hansi : ฮ่าๆๆๆ พวกนี้นิสัยดีนะครับ ผมชอบเพลงของพวกเขามากด้วยพวกเขาเป็นนักดนตรีและนักร้องที่ยอดเยี่ยมกันทุกๆคนเลย มันเป้นประสบการณ์ดีนะครับ ที่ได้ทำงานกับวงดนตรีแปลกๆแบบนี้ ตอนนี้พวกเขากำลังทำอัลบั้มชุดใหม่กันอยู่แล้วก็ขอให้ผมไปร้องเพลงให้พวกเขาด้วย 1 เพลง ซึ่งผมก็ตอบตกลงทันที พวกเขาเป็นแฟนเพลงของพวกเราด้วย รู้สึกในอัลบั้มชุดที่ 2 พวกเขาจะคัฟเวอร์เพลงของ Blind Guardian ด้วยนะ ฮ่าๆๆ

Q : คุณมีแผนกลับไปร่วมงานกับ Jon Schaffer ทำวง Demons & Wizards มั้ยครับ

Hansi : ผมกับ John ยังคงติดต่อกันเสมอครับ แต่น่าเสียดายที่ตารางเวลาของพวกเรายังไม่ลงตัวซะทีแถมพวกเราอยู่กันคนละทวีปมันเลยยากมากๆที่จะทำอัลบั้มใหม่ของ Demons & Wizards ออกมา แต่ในอนาคตก็ไม่แน่เหมือนกันครับ

Q : โอเค สุดท้ายนี้ มีอะไรจะฝากถึงแฟนๆมั้ย

Hansi : ขอบคุณที่สัมภาษณ์พวกเราครับ ก็ขอฝากอัลบั้มใหม่ของเราไว้แล้วกันครับ แล้วเจอกันตอนเราออกทัวร์ครับ

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ชอบเสียงร้องของHansiมาก ทรงพลังดีHot! Hot! Hot!

#1 By Siwawuth on 2010-08-28 08:56

Recommend