Best Of The Year 2009: Non-Heavy Power Metal

posted on 15 Dec 2009 05:00 by rebirthera in Special

<-!ANuBiS!->  

 

Breaking Benjamin - Dear Agony

Origin: USA
Genre: Post-Grunge

โพสกรันจ์เป็นแนวดนตรีที่ผมติดตามมาก่อนจะมาฟังเมทัลเสียอีก โดยถึงแม้จะมีวงดังๆและวงดีๆอยู่ไม่มากนัก แต่แนวดนตรีชนิดนี้ก็อยู่ในใจผมมาช้านาน แต่ในช่วงระยะหลัง โดยเฉพาะปี 2008 ไม่มีวงแนวนี้เข้ามาในชีวิตผมเลยแม้แต่เพลงซิงเกิลสักเพลง อาจจะเพราะผมพลาดเองหรือเปล่าก็ไม่ทราบ จนผมลืมไปแล้วว่าผมเคยชอบโพสต์กรันจ์มาก่อน เหมือนที่เกือบลืมไปแล้วว่า ผมชอบแนวเมทัลคอร์ Dear Agony มาได้ถูกที่ถูกเวลา ซิงเกิล I Will Not Bow ที่ประกอบภาพยนตร์ Surrogates ทำให้ผมนึกถึงวันวานอีกครั้ง วันที่ผมร้องและอินไปกับเพลงประเภทนี้ อะไรจะบังเอิญขนาดนั้นที่ Breaking Benjamin คือวงโปรดของผมในสายนี้พอดี เพลงของพวกเขาไพเราะติดหูจนเป็นซิงเกิลได้ทุกเพลง แต่ในความไพเราะนั้นแฝงด้วยความหนักหน่วงแข็งแกร่ง สำหรับคนทั่วไปมันอาจจะเป็นอัลบั้ม"ร็อค"ดีๆสักชุด แต่สำหรับผม คืองานชิ้นใหม่ของวงโปรดในสายโพสต์กรันจ์ที่ดีที่สุดในปีนี้

D'espairsRay - Redeemer 

Origin: Japan
Genre: Visual Kei / Industrial Gothic Rock

หนึ่งในวงวิช่วลเคย์แถวหน้าของวงการที่มีผลงานออกมาการันตีหลายอัลบั้มหลายซิงเกิล รวมถึงเคยไปแสดงฝีมือให้คนอเมริกันเห็นมาในเทศกาลดนตรีแล้ว แม้จะเคยฟังหลายๆเพลงมาจากซีดีซิงเกิลที่ออกมาก่อนหน้านี้แล้ว  แต่เมื่อลองฟังรวมๆ มองแบบรวมๆ ผมคงต้องพูดกับตัวเองว่าพวกเขาทำมันอีกแล้ว พวกเขาทำอัลบั้มเจร็อคที่สุดยอดออกมาอีกชุดแล้ว เช่นเดียวกับวงข้างบน ตั้งแต่แทรคแรกยันแทรคสุดท้ายของอัลบั้มไม่มีเพลงไหนไม่ติดหู  ทุกเพลงสามารถนำมาโปรโมทได้สบาย แต่คงต้องมองข้ามเรื่องที่ทางวงเสียแนวทางของตัวเองไปก่อน เพราะจริงๆคือเสียไปนานแล้วตั้งแต่ขึ้นมาค่ายใหญ่ ที่ยังอยู่คือฝีมือของสมาชิกและไอเดียในการทำเพลงที่ไม่รู้จบของพวกเขา  ถ้าจะขอให้ผมแนะนำเพลงเด็ดๆให้ ผมว่าซื้อหวยให้ถูกยังง่ายกว่าเลย เพราะเวลาผมฟัง Redeemer ในแต่ละครั้ง ผมฟังทั้งอัลบั้มครับ

Dream Theater - Black Clouds & Silver Linings

Origin: USA
Genre: Progressive Metal

จริงๆวงนี้มันดูเหมือนวงกระแสของเหล่านักดนตรีจนผมไม่อยากจะนำมาพูดถึงเท่าไหร่ ผมหมายถึงว่าพวกที่เล่นดนตรีมักจะบูชาวงนี้กันเยอะ ทั้งๆที่จริงๆแล้วฟังกันไม่กี่เพลง ฮา ผมเป็นอีกคนนึงที่ไม่ชอบฟัง DT แบบทั้งอัลบั้มรวดเดียวจบเพราะมันทำผมปวดตับ แต่สำหรับ Black Clouds And Silver Linings มันคือจุดเปลี่ยน ทางวงสะบัดคราบวงโชว์ออฟทิ้งไป หันมาใส่ใจความละเมียดละไมในดนตรีมากขึ้น แน่นอนว่าคราวนี้ใครอยากฟังเพลงประมาณว่าเพลงเดียวโซโล่ครบทุกคน คนละ 5 นาที คงผิดหวัง นี่เป็นงานที่ละเอียดที่สุดของวงสำหรับผม ถึงแม้จะมีไม่กี่เพลง แต่พวกเขาทำเพลงได้ไม่น่าเบื่อ การเรียบเรียงอันสวยงามโน้ตต่อโน้ต ทำให้ผลงานของพวกเขาเป็นงานศิลปะมากยิ่งขึ้น เพลงขายที่ต้องมีทุกอัลบั้มก็ทำได้ดี โดยเพลง Wither เป็นเพาเวอร์บัลลาดฟังดูคล้ายๆเพลงแนวโพสต์กรันจ์เหมือนกัน สุดยอดแห่งไพเราะแบบเรียบง่าย เพลงอื่นๆก็เยี่ยมยอดทุกเพลงเช่นกัน คนอื่นว่าไงไม่รู้ สำหรับผมมันคืองานที่ดีที่สุดของ Dream Theater และมันดีพอที่จะทำให้ผมต้องยกให้เป็นสุดยอดแห่งปีไปอีกอัลบั้ม

Deluhi - Yggdalive 

Origin: Japan
Genre: Melodic Death / Metalcore / Visual Kei

วงของมือเบสหน้าหล่อแห่ง Galneryus ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วเหลือเชื่อในแวดวงวิช่วลเคย์ ด้วยดนตรีเมโลดิกเดธ/เมทัลคอร์อัดกระหน่ำเมามันส์ พวกเขาออกอัลบั้มและซิงเกิลมาอย่างถี่ยิบก่อนจะมีอัลบั้ม Yggdalive เป็นอัลบั้มเต็มชุดแรกของวง ซาวนด์ของวงดุดันขึ้นมากกว่าสมัยเปิดตัวใหม่ๆ ดนตรีทำลายล้างเคลือบด้วยความสวยงามของเมโลดี้ ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว มีการจัดเรียงเพลงที่ดี โดยนำเพลงฟังสบายๆไปไว้กลางอัลบั้มเป็นตัวผ่อนอารมณ์ก่อนจะฉุดกระชากลงนรกอีกรอบด้วยความอำมหิตแห่งซุ่มเสียง ก่อนที่ทางวงจะโดนจับไปขึ้นค่ายใหญ่ ผมว่าลองมาถวายตัวและหัวใจเป็นแฟนวงนี้หน่อยจะเป็นไร เพราะถ้าวงขึ้นค่ายเมเจอร์เมื่อไหร่ เราอาจจะไม่ได้ยินซาวนด์ดุดันทำลายล้างแบบนี้อีกแล้วก็เป็นได้

Scar Symmetry - Dark Matter Dimensions

Origin: Sweden
Genre: Melodic Death

การจากไปของคริสเตียน อัลเวสตัมเกือบจะไม่มีผลในอัลบั้มใหม่ของยอดวงเมโลดิกเดธจากสวีเดนวงนี้เลย จริงอยู่ในการฟังครั้งแล้วไม่ได้ยินเสียงพี่โล้นคงจะขัดๆหูไปบ้าง แต่นักร้องคนใหม่ที่มาแทนสองคน สำหรับผมแล้ว ทำหน้าที่ได้ดีด้วยเสียงในแบบของตัวเอง ไม่ได้ดีกว่าแต่ก็ไม่ได้แย่กว่า และเช่นเดิม เพลงในอัลบั้มคือเมโลดิกเดธซาวนด์โกเธนเบิร์กที่ฟังง่ายที่สุดในสามโลก เนื่องจากเพลงโจ๊ะติดหูเป็นจุดขายของวงมาโดยตลอด บางครั้งเวลาเราฟังเมทัลก็คงอยากฟังอะไรง่ายๆบ้าง ซึ่งในปีนี้ที่วงอย่าง Sonic Syndicate ไม่ออกอัลบั้ม ผมว่า Dark Matter Dimensions คืออัลบั้มเมโลดิกเดธที่ไพเราะที่สุดแห่งปีไปเลยทีเดียว ติดอยู่นิดนึงที่เลือกเพลงมาโปรโมทได้ขัดใจแม่ยายชะมัด

Seo Taiji - Atomos

Origin: South Korea
Genre: Progressive Rock

หลังจากได้รับเสียงตอบรับอย่างดีในซิงเกิล Atomos ทั้งสองพาร์ทที่ออกมาก่อนหน้านั้น (ยอดขายพาร์ทละกว่าแสนแผ่น) ก็เป็นทีของอัลบั้มเต็มลำดับที่ 8 ของซอ แทจิ อัจฉริยะวงการเพลงแดนกิมจิ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นไอดอลของเหล่าวัยรุ่นเกาหลีในต้นยุค 90 มาก่อนในชื่อวง Seo Taiji And Boys สร้างชื่อให้กับตัวเขาอย่างมาก หลังจากแยกวงไปก็มีผลงานของตัวเองอีกหลายชุด หลายแนวเพลง แต่ยืนพื้นด้วยความเป็นร็อคมาจนอัลบั้มนี้ Atomos เป็นอัลบั้มที่นำเพลงจากซิงเกิลทั้งสองพาร์ทมารวมกันทั้งหมด แล้วเพิ่มเพลงใหม่เพลงเดียว (เอาเปรียบวะ) แต่ใครจะแคร์ แฟนๆยังคงแห่กันไปต่อแถวซื้ออัลบั้มกันตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด จนยอดขายทะลุแสนแผ่นอีกครั้งทั้งๆที่มีเพลงใหม่แค่เพลงเดียว ที่ตอกย้ำความสำเร็จไปอีกขั้นคือ ทุกเพลงในอัลบั้มนี้มีมิวสิควิดิโอหมดแล้ว คิดว่าคุณคงไม่เคยเห็นอัลบั้มที่ทุกเพลงถูกตัดออกมาเป็นซิงเกิลแบบนี้แน่นอน พื้นฐานของเพลงในอัลบั้มเป็น ร็อคที่ค่อนไปทางโปรเกรสซีฟ ใช้เสียงร้องแหลมๆ โดยรวมฟังยากสำหรับคนทั่วไป แต่ผมเชื่อว่าทุกคนที่อ่านบทความนี้อยู่หูถึงกันทั้งนั้น ลองหามาฟังเถอะครับ

MC Mong - Humanimal

Origin: South Korea
Genre: Hip Hop

MC Mong คือศิลปินฮิปฮอปชาวเกาหลีใต้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมากในท่ามกลางกระแสเคป็อบที่แรงจนฉุดไม่อยู่ Humanimal คืออัลบั้มเต็มลำดับที่ 5 ของมงที่ยังคงคอนเซปต์ทำเพลงสนุกสนานชวนร้องตามรับง่ายฟังได้ทุกเพลง แน่นอนว่าศิลปินฮิปฮอปก็มักจะเชิญแขกรับเชิญมาในอัลบั้มจนเป็นประเพณี ดังนั้นแน่นอนว่าอัลบั้มนี้นอกจากตัวศิลปินเจ้าของผลงานเองแล้ว เรายังจะได้ฟังเสียงของศิลปินคนอื่นๆในวงการอีกเช่นเดียวกัน โดยในอัลบั้มนี้มีแทรคะนึงที่แตกต่างออกไปจากเพลงทั่วๆไปของเขา นั่นก็คือแทรคที่ 4 ที่เป็นเพลงที่มงแต่งขึ้นเพื่ออุทิศให้กับเพื่อนร่วมวงการของเขาที่ฆ่าตัวตายไปก่อนหน้านั้น  ถึงจะไม่เหมาะจะนำมาเป็นซิงเกิล แต่มันก็เป็นเพลงที่ดีที่สุดของอัลบั้มเพลงนึง ส่วนที่เหลือคือฮิปฮอปสนุกๆ ฟังง่าย เหมาะจะเปิดฟังในงานปาร์ตี้กับเพื่อนฝูง ส่วนเรื่องฟีดแบ๊คก็เหมือนทุกอัลบั้มที่ผ่านมา คือขายดีเหมือนแจกฟรีอีกแล้ว

Kalisia - Cybion

Origin: France
Genre: Symphonic / Progressive / Industrial Death

ผมไม่รู้ว่าจะระบุแนวเพลงอัลบั้มนี้ว่าอะไรดี ซิมโฟนิค โปรเกรสซีฟ เพาเวอร์ เดธ อิเล็กทรอนิกส์ .... เอ่อ คือมันมีหมดเลยว่ะ!! Kalisia ฟอร์มวงมานานมากตั้งแต่ปี 94 แต่เพิ่งมีผลงานออกปีนี้ 15 ปีนี้ผมไม่แปลกใจที่พวกเขายังไม่แยกวง แต่ก็สงสัยว่าเอามันสมองส่วนไหน เค้นออกมานานแค่ไหน กว่าจะได้อัลบั้มเมทัลที่สุดยอดขนาดนี้ Cybion เป็นงานที่ครบเครื่องจนบรรยายไม่ถูก งานของพวกเขาไม่เอนเอียงไปทางความโหด ความอลังการ หรืออะไรทั้งนั้น ทุกอย่างมันอยู่ในความพอดีไปซะหมด บางทีฟังเพลงโหดๆ มาเพลงถัดมา ก็ชวนส่ายตูดซะงั้น ฝีมือก็ไม่ใช่ย่อย เพราะมีเพลงโชว์ลูกโซโล่แทรกอยู่ในอัลบั้มด้วย รวมไปถึงเพลงช้าก็ทำได้ไพเราะเช่นกัน ผมพนันได้เลยว่าในช่วงทศวรรษนี้ ไม่มีอัลบั้มไหนที่ฟังดูครบเครื่องขนาดนี้อีกแล้วในแนวเมทัล คือโปรดอย่าเวอร์ มันไม่ได้มีตั้งแต่เคป็อบยันแสลมมิ่งฮอนดูรัสบรูทัลอะไรแบบนั้น เอาเป็นว่าฟังเองดีกว่า หรือถ้าใครอยากจะสมัครเป็นมือกลองของวงก็ลองติดต่อดู เพราะตอนนี้ทางวงต้องการมือกลองคนใหม่ แต่ถ้าเล่นไม่ได้แบบในอัลบั้มนี้ก็อย่าดีกว่า ฮา

Orphan Project - Spooning Out The Sea

Origin: USA
Genre: Progressive Metal

ผมเป็นคนนึงที่ชอบฟังเพลงที่ฟังยากๆเหมือนกัน ถึงแม้หลายๆครั้งจะไม่ชอบมัน ถ้าเป็นเช่นนั้นผมก็มองหาอะไรที่มันเรียบง่ายดูบ้าง  ซึ่งในแนวโปรเกรสซีฟนั้นไม่ได้แปลว่ามันยุ่งยากเสมอไป อย่าง Spooning Out The Sea อัลบั้มที่สองของวงคริสเตียนพร็อคเมทัลจากอเมริกา ผมไม่รู้จักสมาชิกสักคนในวง แต่ผมต้องรู้จักพวกเขาหลังจากฟังมันจบ ภายใต้ปกอัลบั้มกากๆแบบนี้ ผมได้ยินสิ่งที่ผมมองหา มันเป็นงานโปรเกรสซีฟที่ฟังง่ายเอามากๆเหมือนคุณฟังเพลงร็อคธรรมดา เนื้อเพลงคริสเตียนนิตี้เต็มขั้น ไม่รู้ว่าวงคริสเตียนทำเพลงฟังง่ายๆแบบนี้กันหมดหรือเปล่า ผมไม่รู้จะบรรยายเพลงพวกนี้ยังไงเพราะมันค่อนข้างเรียบง่าย เอาเป็นว่ามันเป็นเพลงร็อคที่มีกลิ่นอายของพร็อกอยู่แล้วกัน แต่ถ้าให้คนทั่วไปฟัง ผมว่าต้องมีคนเข้าใจผิดคิดว่าผมเปิด Creed หรืออะไรประมาณนั้นให้ฟังแน่เลย  คือไม่เหมือนหรอก แต่มันออกแนวร็อคหม่นๆหนักๆเหมือนกัน ผมชอบคีย์บอร์ดในอัลบั้มเป็นพิเศษครับ ทำให้เพลงฟังดูผ่อนคลายขึ้นมาอีกเยอะเลย  เป็นอีกงานที่ดูแล้วไม่มีอะไรมาก แต่น่าฟังไม่น้อยเลยอะ

Rammstein - Liebe Ist Fur Alle Da

Origin: German
Genre: New German Hardness

เล่นเอาคิดถึงโคตรๆไปนานเลย สำหรับอินดัสเตรียลเมทัลจอมโรคจิตจากเยอรมัน อย่างที่เรารู้กันดีว่า Rammstein ไม่จำเป็นต้องใช้ภาษาอังกฤษในเนื้อเพลงมากนัก พวกเขาสร้างชื่อมาในแวดวงด้วยเพลงภาษาเยอรมันเป็นส่วนมาก แต่ในการกลับมาครั้งนี้คงไม่มีใครนึกว่าสมาชิกวงที่อายุหลักสี่กันหมดแล้วจะเขย่าวงการเพลงได้อุบาทว์ขนาดนี้ด้วยซิงเกิลเปิดตัวอย่าง Pussy ที่เอ็มวีเป็นภาพการประกอบกิจกามของเหล่าสมาชิกวงที่ตัดต่อกันเห็นๆ แต่ก็ยังอุบาทว์อยู่ดี เนื้อร้องภาษาอังกฤษไม่น้อยในเพลงทำให้เข้าใจสิ่งที่วงสื่อได้ง่ายขึ้น เรียกว่ากลัวไม่รู้ว่าหื่นว่างั้น ส่วนเพลงอื่นๆก็ยังคงมาตรฐานของวง เพียงแต่เน้นความหนักหน่วงขึ้นมา และร้องแบบตะคอกมากขึ้น คิดว่าคงต้องการจะให้เพลงในอัลบั้มฟังแล้วสนุกให้คนมีส่วนร่วมได้เวลาเล่นสด อ่อ ที่ทำผมประจำใจจนไม่พูดถึงไม่ได้ คือบัลลาดโคตรอภิมหาไพเราะ ที่ไม่คิดว่าจะเป็นอีวงเดียวกับที่ทำเ