Trick or Treat

posted on 27 Jun 2009 12:39 by rebirthera in Band-of-the-Week

เพาเวอร์เมทัลจอมเพี้ยนจากอิตาลีกลับมาอีกครั้งกัยอัลบั้มเต็มชุดสองที่อัดแน่นไปด้วยเพลงเยี่ยมๆอีกเพียบ วันนี้เรามาสัมภาษณ์ถึงเรื่องราวในการทำงานชุดใหม่ และการได้ร่วมงานกับโคตรตำนานที่เป็นฮีโร่ของพวกเขาอย่าง Michael Kiske ว่าแล้วก็อ่านได้เลยครับ

Q: มากลายเป็นวงทริบิวต์ให้ Helloween ได้ยังไงเนี่ย

Cabri : เราฟอร์มวงในปี 2002 แต่จริงๆแล้วก็แค่สองปีก่อนเองที่ผมเริ่มคิดจะฟอร์มวงทริบิวต์ Helloween ผมพยายามฟังอัลบั้ม Keeper ทั้งสองชุด ฟังแม่งเช้ายันค่ำมันเลยช่วงนั้น ผมว่าสองอัลบั้มนี้มันมีมนตร์สะกด เมื่อผมฟังงานของพวกเขา ผมรู้สึกว่าดนตรีแบบนี้แหละมันเติมเต็มชีวิตผมโคตรๆ ผมว่ามันเป็นแนวเพลงที่แสดงบุคลิกของผมออกมาอย่างเต็มร้อยเปอเซนต์เลยล่ะ

โปรเจคต์นี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นเมื่อผมเจอ แอลล์ (อเลซซานโดร) แฟนตัวยงของ Helloween เหมือนผม เขาเป็นคนที่มากกว่าสิ่งสำคัญของผม เสียงเขาโคตรเพอเฟกต์อะ!! (ฮา)

ส่วนคนอื่นๆ เราก็รู้จักกันเพราะเล่นด้วยกันในวงอื่น ดังนั้นก็ไม่ยากหรอกที่จะมาเป็น Trick Or Treat น่ะ

Q: หลายปีต่อมาคุณเริ่มเขียนเพลงใหม่ ทำไมล่ะ? สำหรับวงทริบิวต์มันเป็นการเสี่ยงครั้งใหญ่เลยนะ คนส่วนมากที่ไปดูโชว์แบบนี้ก็มักจะอยากได้ยินเพลงคัฟเวอร์มากกว่าที่จะฟังเพลงใหม่ไม่ใช่เหรอ

Cabri: ถูกเผงเลย มันเหมือนเป็นดาบสองคมน่ะ แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่วางแผนเอาไว้เหมือนกัน มันเป็นไปตามธรรมชาติของมันเอง เพลงมันออกมาเองแล้วเราก็อัดมันเอาไว้ ผมว่ามันเป็นทางที่ดีสุดๆในการแต่งเพลงเลยละ มันจะได้มีการประสานงานและความสมดุลในวง ผมว่าคนพวกนั้นรู้สึกได้ทั้งหมดเมื่อเราแสดงสดนะ ปกติแล้วพวกเค้าจะฟังเพลงของเราแล้วไม่บ่นไรสักคำ ถึงแม้เราจะเล่นเพลงของ Helloween น้อยลงก็เหอะ ดังนั้นเราภูมิใจกับตรงนี้มาก ที่มากกว่านั้น คือผมว่าดนตรีมันหมายถึงการมาสนุกกันมากกว่าไม่ใช่เรอะ ดังนั้นอย่าไปลิมิตขอบเขตอะไรมากเลย เดี๋ยวก็ไม่ฮาดิ

Q: ใครเป็นคนแต่งเพลงหลัก แล้วขั้นตอนในการแต่งเพลงเป็นยังไงบ้าง

Cabri: ก็กูนี่แหละ กับกุยโด้เขียนเป็นส่วนใหญ่นะ แล้วคนอื่นๆก็มีงานของตัวเองในการเรียบเรียง เราจะมาคุยกันว่าตรงไหนผิดแล้วก็แก้ไข เช่น ผมแต่งมาท่อนนึง แต่แอลล์มันเป็นคนปรับแต่งท่อนร้อง (เป็นงานของมัน แล้วมันก็รู้ดีกว่าผม) ลีโอจะเรียบเรียงในส่วนของเบส และเมอร์โก้ในส่วนของเครื่องเคาะ หลักจากนั้นผมก็มาคุยแลกไอเดียกับกุยโด้ในส่วนของกีตาร์

ที่มากกว่านั้นคือเราโชคดีเพราะว่ากุยโด้มีสตูดิโองามๆอยู่ในบ้านมัน ดังนั้นก็ง่ายเข้าไปอีกที่จะหาไอเดียได้ ปัญหาเดียวคือมันแม่งบ้านนอก อยู่โคตรไกลเลย จะไปทีเป็นชม.เลยเพื่อน! วรุนุชเอ้ย!!!

 

 Q: เมื่อคุณเขียนเพลงใหม่ คุณคิดจะทำอะไรที่แตกต่างไปจาก Helloween มั่งปะ หรืออยากทำ Keeper Part 3 อะไรแบบนี้มั๊ย

Cabri: หลังจากเล่นพลงของ Helloween มาสองปีแล้ว แถมยังฟังแต่เพลงของพวกเค้าทั้งวันทั้งคืน เพลงเราก็ได้อิทธิพลของเค้าไปโดยธรรมชาติอะนะ เหมือนในอัลบั้ม Evil Needs Candy Too ไง ยังไงก็ตามเราก็พยายามเขียนเพลงด้วยใจในเงื่อนไขเพลงแนวเพาเวอร์เมทัลอยู่แล้ว ผมว่านะในทางดนตรีโดยทั่วไป วงดนตรีก็ต้องปล่อยไปตามทางของมัน มันก็จะเป็นประสบการณ์ทางดนตรีที่แตกต่างออกไปอีกแบบอะ

 Q: อเลซซานโดร คุณเป็นคนออกแบบเวบของวงใช่ปะ แล้วคุณออกแบบอาร์ตเวิร์คด้วยมั๊ย แล้วคุณเป็นดีไซเนอร์อาชีพหรือเปล่า

Alessandro: เออๆ ทีละข้อ กูเอาไม่ทัน เอาเป็นว่าใช่ มันเป็นงานกลางวันของผมเอง ฮ่าๆ ผมทำงานในกราฟฟิคสตูดิโอน่ะ ผมเรียนเพื่อที่จะเป็นนักออกแบบโฆษณาและผมก็จบด้าน "การวาดภาพการผ่าตัด" ที่คณะเภสัชในโบโลญญ่า (แต่กูก็รู้นะว่ามันแปลกอะ)

ผมมีส่วนกับกราฟฟิคใน Evil Needs Candy Too นะ และก็ยังมีส่วนในอัลบั้ม Tin Soldiers ด้วยเหมือนกัน งานนี้เป็นงานสุดท้ายที่ต้องทำเลย แต่ผมก็พอใจกับผลของมัน เหมือนกับว่ามันเป็นเพลงที่มีเสียงของผมเลยล่ะ (ฮา)

Q: นักร้องใหม่ของวง Journey อย่าง อาเนล พีเนด้านั้นเคยอยู่ในวงทริบิวต์วง Journey อย่าง The Zoo มาก่อน แล้วได้มากลายเป็นน้องนำวงโปรดเฉยเลย แล้วเกิดอะไรขึ้นกับคุณ ไม่อยากทำอัลบั้มกับ Helloween บ้างเรอะ

Alessandro: ฮ่าๆ ผมไม่คิดว่าเขาจะต้องการผมนะ Journey เค้าสนใจตัวพีเนด้าอยู่แล้ว เขาเป็นนักร้องที่สุดยอดมากๆแถมเสียงยังเหมือนๆสตีฟ เพอร์รี่อีกด้วย Helloween เค้าเลือกนักร้องในแบบที่ต่างออกไปสิ้นเชิง แอนดี้ เดอริสเป็นแบบนั้น แต่ผมก็งงว่าผมจะไปทำกราฟฟิกให้อัลบั้มต่อไปของพวกเค้าได้มั๊ย... ถือว่าเป็นคำตอบได้ปะ

 Q: เพลงโปรดของ Helloween ที่ชอบเล่นบนเวที มีเพลงอะไรบ้าง

Cabri: เอ่อ.. เพลงนึงต้องเป็น I'm Alive ละ ตามด้วย Future World ผมว่ามันมีลูกฮาโมนิคโซโล่ที่สวยสดงดงามโคตรๆ แต่เพลงที่ดีที่สุดที่ต้องเล่นคือ How Many Tears เราเล่นมันตอนอังกอร์ประจำเลย

Q: เพลงไหนของ Helloween ที่คิดว่าเล่นยากที่สุดอะ

Alessandro: ผมว่ามันเป็น We Got The Right นะ มันต้องมีเรนจ์เสียงของเปียโนด้วย ฮ่าๆ

Q: แล้วคิดยังไงกับ Helloween ในตอนนี้

Cabri: ถ้าผมพูดความจริงได้ ผมจะบอกว่า เคยดูพวกเขาเล่นสดครั้งนึงกับ Gamma Ray แล้วผมก็ชอบ Gamma Ray มากกว่า พวกเขาดึงดูดคนได้เยี่ยมกว่า อย่างไรก็ตาม กรอสคอฟเล่นสดให้ดูต่อหน้านี่ก็สุดๆแล้วล่ะ เขายังเป็นคนเดียวที่เป็นตัวตนของ Helloween ยุคดั้งเดิมในตอนนี้

Q: แล้วคุณอัดเสียงร้องในอัลบั้มได้อย่างไร

Alessandro: ก็ร้องใส่ไมค์แล้วกดปุ่มอัดเอาไว้ เอ้ยไม่ใช่ คือเราโชคดีที่อยู่ใกล้กับ ไมเคิล ลูปี ดังนั้นผมเลยใช้เวลาวันนึงที่สดูดิโอของเขาในการเรียบเรียงท่อนร้อง แต่กับคิสก์มันแตกต่างออกไป เขาส่งเสียงร้องมาให้เราทางเน็ตแต่มันก็ยังเพอเฟกต์อยู่ดีนั่นแหละ

 Q: ในโชว์ที่คุณกำลังจัดอยู่นั้น คุณเล่นเพลงจากอัลบั้มใหม่หรือเปล่า หรือจะบอกเซทลิสต์ให้เราได้มั๊ย

Cabri: เร็วๆนี้เราเล่นเพลงจาก Tin Soldiers และ 6-7 เพลงจากอัลบั้มที่แล้ว แล้วก็เพลงคัฟเวอร์ Robin Hood ของ คริสติน่า ดีอาวีน่า และเพลงอื่นอีกสิบเพลง คัฟเวอร์ Helloween หมดเลย

Q: ซีดี Tin Soldiers จะมีเพลงพิเศษหรือเปล่าครับ เพลงแถมอะ เอาง่ายๆ

 Alessandro: ไม่มี ตอนนี้ไม่มี เราจะมีแค่เฉพาะแผ่นที่ออกในประเทศตะวันออก (ก็ญี่ปุ่นนั่นแหละว๊า) แต่ผมว่าอัลบั้มนี้มันก็ฟังดูดีอยู่แล้วนะ (เปลี่ยนเรื่องซะเลย)

 Q: ใครเป็นคนเสนอไอเดียให้เอาพี่คิสก์มาร่วมในอัลบั้มของคุณละ

 Alessandro: โดยส่วนตัวผมว่าการได้คิสก์มามันจะส่งผลดีในการตลาดเลยละ ผมบอกได้ว่าผมเริ่มการเรียนร้องเพลงหลังจากได้ฟังอัลบั้ม Keeper นี่แหละ มันมากกว่าสิบปีมาแล้วนะ แต่ถ้าผมไม่ได้ฟังเสียงเค้า ผมอาจจะไม่ได้ร้องเพลงเลยก็ได้ (ตอนนี้ผมก็แปลกใจที่มาถึงจุดนี้นะ.. ผมอาจจะรวยก็ได้ใครจะไปรู้ ฮ่าๆ)

 ดังนั้นผมเลยฝันว่าจะได้ร่วมงานกับเขาสักครั้งตั้งแต่ตั้งวงมา เราส่งไอเดียไปยังต้นสังกัดของเรา (Valery Records) แล้วก็ได้ติดต่อกับคนของ Frontier ในที่สุด

Q: แล้วขอความร่วมมือจากเขายากหรือเปล่า

Alessandro: เฮ้ย พูดจริงๆนะ ไม่ใช่แบบนั้นเลย Frontier เป็นตัวแทนจำหน่ายของเราในอิตาลีอยู่แล้ว แล้วเราก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนของเขา ดังนั้นทั้งพวกเขาและไมเคิลจึงเต็มใจร่วมงานกับเราอย่างยิ่ง

Cabri: แม่นเลยเพื่อน ผมว่า Frontiers ไม่ต้องพิจารณาอะไรเราเลย เขาจัดให้ทันที เอ๊ะหรือกูมองโลกแง่ดีเกินไปวะ ฮา

 Q: เรารู้จากมายสเปซของคุณว่าได้รับความร่วมมือจาก ไมเคิล ลูปีด้วยเหมือนกัน มีอะไรเซอร์ไพรส์กว่านี้อีกมั๊ย แล้วในอนาคตจะมีบัง เอ้ย มีแขกคนไหนที่คุณอยากร่วมงานด้วยอีกปะ

Alessandro: เรื่องอัลบั้มนี้เราพอใจกับการร่วมงานครั้งนี้มาก ผมก็อาจจะร้องเพลงบางเพลงด้วย คุณว่ามั๊ย? ฮ่าๆ มุกอะมุก ผมสับสนอยู่ว่าถ้าเราอัดเสียงกับ คริสติน่า ดีอาวีน่า เราจะทำเพลง Robin Hood ในแบบของเราดีปะ แล้วเชิญเธอมาเป็นแขก แต่เราทำไม่ได้อะไร ได้แต่หวังลึกๆไปก่อน

Q: มันยากมั๊ยที่จะรวมเสียงของอเลสซานโดรเข้ากับเสียงของแขกรับเชิญน่ะ

Cabri: ไม่เลย ไม่แน่ๆ ทั้งสามคนมีเสียงที่คล้ายกัน ดังนั้นเลยเข้ากันได้อย่างดีเลยละ ถ้าเรามีนักร้องเสียงต่างออกไปก็ว่าไปอย่าง แต่มันคงไม่เกิดขึ้นหรอก (ก็คือกูจะไม่เชิญมาร้องนั่นเอง)

Q: มีแผนจะทัวร์นอกอิตาลีปะ

Cabri: ไม่ ตอนนี้ไม่มี แต่เราหวังว่าจะมีคนอยากให้เราไปนะ ถ้ามีใครอ่านข้อเสนออยู่ตอนนี้ อย่าลืมติดต่อเราไปนะครับ 555555

Q: สุดท้ายแล้ว จะบอกอะไรกับคิสก์บ้างมั๊ย

Alessandro: เอิ่ม.. ที่แน่ๆต้องขอบคุณพี่มากเลยสำหรับการแสดงที่สุดยอดและประโยคดีๆที่พี่เค้าโพสต์ลงในเวบ เรายินดีกับมันจริงๆ เราหวังว่าจะเจอพี่ในโชว์ที่อิตาลีนะ ในกรณีนี้ต้องกินข้าวเที่ยงกันหน่อยละ สปาเกตตี้เป็นไงพี่?

Cabri: ผมแค่อยากบอกว่าผมฟังเสียงร้องของพี่แบบไม่มีแบกกิ้งแทรคตั้ง 200 ครั้งแล้วนะ!! และโดยส่วนตัว ผมมีพี่ในอัลบั้มของผมด้วย ในอัลบั้มของวงผมน่ะ มันแหล่มสุดๆเลย ขอบคุณพี่จริงๆครับ

 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณสำหรับบทสัมภาษณ์ครับ ชอบมากวงนี้ ฟังแล้วนึกถึง Helloween ทุกที big smile

#1 By Wech (58.64.94.199) on 2009-07-11 22:29

Recommend