Best Of 2008

posted on 25 Dec 2008 22:38 by rebirthera in Special

Metal X'Mas (ลอกเค้ามา) ย้อนหลัง และ Heavy New Year(นี่ก็ลอกเค้ามา) ล่วงหน้า สำหรับชาวบลอก Rebirth Era ทุกท่านนะครับ อย่างที่บอกไปว่าทางบลอกเราจะทำ Top 10 อัลบั้มยอดเยี่ยมประจำปี 2008 มานำเสนอผู้อ่านกัน ซึ่งบอกตรงๆเลยว่า อัลบั้มที่คัดเลือกมาอาจจะไม่ใช่อัลบั้มที่ดีที่สุดในรอบปี ตามที่เราคิดกันจริงๆ มันขึ้นอยู่กับว่าตอนเราเขียนคอลัมน์นี้ เรานึกถึงวงไหนออกบ้าง แล้วมาจัดอันดับ หรือบางอัลบั้มอาจจะไม่ได้อยู่ในปี 2008 แต่เราเพิ่งได้ฟังกันแล้วประทับใจก็อาจจะมีครับ คงเป็นไปไม่ได้ครับที่จะ ย้อนไปว่า "มกรากูฟังอะไรบ้าง?" ดังนั้นถือว่าอ่านเอาขำๆละกัน ใครมีความเห็นยังไงก็โพสกันได้ครับ สัปดาห์นี้ขอนำเสนอแนวเพลงอื่นๆที่ไม่ใช่ Heavy Metal และ Power Metal กันก่อน จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ

<-!ANuBiS!->

Bonded By Blood - Feed The Beast

ปีนี้มีวงแธรชหน้าใหม่มากมายผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด พอๆกับยุคที่มองไปทางไหนก็มีแต่วงเมทัลคอร์เต็มไปหมดเลยทีเดียว แต่ในที่นี้กลับไม่ใช่แนวที่เป็นกระแส แต่มันคือความคลาสสิคดั้งเดิมที่กลับมาผงาดอีกครั้ง Bonded By Blood เป็นไม่กี่วงที่ผมประทับใจที่สุด เริ่มตั้งแต่ชื่อวงที่แสดงอิทธิพลชัดเจนว่า "เรารัก Exodus" ตามด้วยริฟฟ์กีตาร์อำมหิตปั่นไฟแลบทุกตัวโน้ต สปีดเร็วกว่านรก เสียงร้องแหลมสูงทิ่มแทงข้างหลัง(แต่ไม่ทะลุถึงหัวใจ) เรียกว่าทั้งอัลบั้มแทบไม่เปิดโอกาสให้ผู้ฟังหายใจ อีกทั้ง มันยังเป็นงานแธรชเมทัล"ชุดแรก"ที่ทำให้ผมอยากฟัง.ซ้ำทันทีที่ฟังรอบแรกจบ อีกด้วยครับ (ปกตินี่ฟังรอบแรกแล้วต้องเว้นระยะไปฟังแนวอื่นหน่อย) เทพขนาดนี้เอาโล่ห์ไปเลยดีกว่า

MyProof - Pupil Of Astraea

อัลบั้มชุดล่าสุดของเมทัลคอร์เล่นสดห่วยจากญี่ปุ่น โชคดีที่ผมเป็นคนต่างจังหวัด จึงไม่มีโอกาสได้ดูวงนี้แสดงสดต่อหน้าต่อตา ความรู้สึกดีๆที่มีให้วงจึงยังอยู่ครบไม่ถูกบั่นทอนไปไหน อัลบั้มนี้บันทึกเสียงดีกว่า The Sky Of Destiny แต่ก็ไม่ถึงกับดีเลิศ เพลงของพวกเขาก็มาสไตล์เดิมคือเน้นคอรรัสเสียงหล่อติดหู ที่พัฒนาขึ้นเหมือนจะเป็นเสียงสำรอกที่ก่อนหน้าฟังดูเหมือนน้ำลายฟูมปาก ถึงจะเป็นเมทัลคอร์ แต่พอมีความเป็นญี่ปุ่นอยู่ด้วยนี่ ทำให้ผมชอบขึ้นเป็นเท่าตัวเลยครับ ปัจจุบันฟังไปประมาณ 20 กว่ารอบได้แล้วกระมัง เล่นเอาคลั่งขนาดนี้ จะไม่ให้ติดอันดับได้อย่างไร

Dir en Grey - Uroboros

พูดถึงวงการเจร็อคแล้ว ตอนนี้ก็มีวงวิช่วลเคย์มากหน้าหลายตาที่ไปสร้างชื่ออยู่ในอเมริกา Dir en Grey ก็ถือเป็นวงที่เดินรอยตาม X-Japan ได้อย่างดีเยี่ยมด้วยการบุกตลาดต่างประเทศ (ก็โยชิกิดันให้นี่นา) แถมยังประสบผลสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่อีกต่างหาก ในบ้านเราก็มีแฟนคลับพวกเขาอยู่มากมายเหมือนกัน แต่ค่ายเพลงตาถั่วทั้งหลายก็ไม่นำเข้ามาขายเสียที ทำให้เหล่าสาวกยังคงรอ เก้ออยู่เรื่อยไป อัลบั้มนี้ทางวงเปลี่ยนลุคกลับมาหล่อเหลาเหมือนยุคแรกๆที่ เป็นเจร็อค แถมทำเพลงก็เบาลงกว่ายุครุ่งเรืองอย่างเห็นได้ชัด แต่ชื่อวงก็ยังการันตีคุณภาพวันยังค่ำ จากความหนักหน่วงเปลี่ยนเป็นเพลงที่ฟังแล้วกดประสาทแทน เหมาะอย่างยิ่งแก่บุคคลที่ชอบแนวอินดัสเตรียลเมทัลหลอนประสาท ถึงจะไม่เคยฟังวิช่วลเคย์ แต่ลองเริ่มจากวงนี้ดูก็ไม่น่าเสียหายนะครับ เพราะผมก็เริ่มจากวงนี้เหมือนกัน เผลอๆ อาจจะมาคลั่งไคล้เจร็อคเหมือนผมก็ได้

Before The Dawn - Soundscape Of Silence

ผมพยายามดันวงนี้ให้หลายๆคนฟังมาหลายอัลบั้มแล้ว แต่ก็ไม่มีใครชอบเหมือนผมเสียที ฮา ถึงกระนั้นก็ตาม อัลบั้มนี้ Before The Dawn กลับมากับแนวเพลง เมโลดิกเดธ/กอธิค ที่ผสานความหนักหน่วงและความไพเราะไว้ด้วยกันได้เป็นอย่างดี แค่เพลงแรก Dying Sun ก็ดูดคุณให้ฟังได้จนจบอัลบั้มแล้ว จุดขายของวงคือความติดหูที่ฟังรอบแรกก็ติดใจได้ในทันที อัลบั้มที่แล้ว GMM Inter นำเข้ามาขาย แต่ดั๊น~~~ ไม่มีใครรู้จัก จนแมวที่ไหนก็รู้ว่าอัลบั้มต่อมาคงไม่นำเข้ามาแล้วแน่ๆ ผมเลยได้แต่เสียใจเลยครับงานนี้ ใครที่ได้อ่านคอลัมน์นี้แล้ว กรุณาอย่ามองข้ามอัลบั้มนี้นะครับ ของดีไม่ดังก็ต้องดันกันหน่อย

Ayumi Hamasaki - Guilty

อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มแรกประจำปีนี้เลยครับ เพราะมันออกวางขายตอนเที่ยงคืน 1 นาทีของวันที่ 31 ธันวาคมปีที่แล้ว เป็นอัลบั้มชุดล่าสุดของราชินีเจป็อบ อายูมิ ฮามาซากิ ที่ล่าสุดสูญเสียการรับฟังไปข้างหนึ่ง(ถ้าจำไม่ผิดเป็นข้างซ้าย) เนื่องจากทำงานกับเสียงดังเยอะเกินไป แต่กระนั้นเธอก็ยังยืนยันว่าจะอยู่ในวงการเพลงต่อไป ส่วนอัลบั้มนี้ จัดว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของเธอ มีเพลงฮิตติดชาร์ทเพียบ เพลงที่ไม่ฮิตก็ฟังได้ เอาเป็นว่าฟังได้จนจบอัลบั้มเลยครับ เสียดายจริงๆผมยังไม่ได้ซื้อซีดีเสียที เพราะร้านดันมาตั้งใกล้กับเพลงเมทัลเสียนี่ หลังจากนั้นก็ไม่ได้ซื้อเสียทีจนจะหมดปีแล้ว เสียใจด้วยนะเจ๊ เมทัลต้องมา ก่อน ฮา หรือรอซื้อวันปีใหม่เลยเป็นไง?

Jewelry - Kitchi Island

เกิร์ลกรุ๊ปวงโปรดอีกวงของผมจากแดนกิมจิ อัลบั้มนี้มีการเปลี่ยนสมาชิกถึงสองคน ตอนแรกผมเกือบจะไม่ฟังแล้วเพราะสมาชิกคนโปรดของวงออกจากวงไปนานแล้ว แต่สุดท้ายช่วงนั้นอับเฉาสุดๆไม่มีอะไรจะฟัง เลยต้องฟัง ที่ไหนได้เปลี่ยนแนวนี่หว่า แล้วไงล่ะ กลายเป็นว่าผมกลับชอบแนวใหม่นี่มากกว่าอีก แรปเปอร์คนใหม่ กับนักร้องคนใหม่ที่รับเข้ามาจากการออดิชั่นมีส่วนร่วมอย่างมากในอัลบั้มนี้ ครับ จนตอนนี้วงอัญมณีวงนี้ได้เปล่งประกายเจิดจรัสอยู่ทั่วเอเชียเรียบร้อยแล้ว รวมถึงประเทศไทยด้วย จริงๆเกือบมาไทยแล้ว แต่ต้องยกเลิก เนื่องด้วยปัญหาการเมืองบ้านเรา ผมก็โล่งอกเลยครับ กูไม่ได้ดู คนอื่นก็ต้องไม่ได้ดู ฮา

Into Eternity - The Incurable Tragedy

จริงๆอัลบั้มนี้ทางวงค่อนข้างเล่นมาทางเพาเวอร์เมทัลอยู่ไม่น้อยทีเดียว แต่ด้วยแนวคิด ภาพลักษณ์ และการนำเสนอตัวเองของทางวง มันไม่ใช่เพาเวอร์เลยสักนิด จึงขอจัดอยู่ในหมวดทั่วไปแล้วกันครับ ทางวงได้ปรับแนวทางของวงให้เข้ากับเสียงนักร้องนำคนใหม่ที่รับเข้ามาเมื่อ ตอนทำอัลบั้มที่แล้ว แล้วรู้สึกว่ามันยังไม่เต็มร้อย พอเปลี่ยนมาเล่นให้เพาเวอร์มากขึ้น นักร้องคนใหม่ที่เสียงแหลมสูงก็ได้โชว์เต็มที่เลย อีกอย่าง รู้ๆกันอยู่ว่าวงนี้ฝีมือดีแค่ไหน ในอัลบั้มมีท่อนริฟฟ์ การเปลี่ยนมูฟเมนต์ที่เจ๋งๆอยู่เต็มไปหมด เสียดายอีกแล้วว่า GMM เอาชุดที่แล้วมาออกแล้วขายไม่ดี จึงไม่เอาชุดนี้มาออกอีก ส่วนหนึ่งคือคนฟังบ้านเราไม่ค่อยรู้จักด้วยแหละครับ ไอคนที่รู้จักแล้วได้ฟังอัลบั้มนี้คงเซ็งไปตามๆกัน ต้องอิมพอร์ทจนได้รึเนี่ย?

Trivium - Shogun

ปีนี้ผมฟังเพลงไม่มากครับ เพราะต้องย้ายไปอยู่หอพักมหาลัย จึงมีไม่กี่แนวหรอกที่จะได้ฟัง เพราะส่วนใหญ่ก็เลือกโหลดแนวที่ชอบก่อน ค่อยหาอะไรแปลกๆฟัง ทริเวียมก็ถือเป็นแนวเดิมๆ เมทัลคอร์ที่ผมฟังมาเรื่อยๆอยู่ตลอด อัลบั้มที่แล้วโดนวิจารณ์อย่างหนักว่าจะเปลี่ยนแนวทำซากอะไรก่อนหน้านั้นดี อยู่แล้ว ชุดนี้เลยเอามารวมกันซะเลย โดยที่เพลงหลายเพลงยังเล่นริฟฟ์ติดแธรช แต่ก็มีท่อนโยก เสียงสำรอก เสียงคลีนสไตล์เมทัลคอร์มาเรียกแฟนดั้งเดิมได้อยู่บ้าง ถึงจะยังหาจุดยืนไม่ได้ แต่สำหรับผมอัลบั้มนี้ก็ยอดเยี่ยมอยู่ดีครับ หวังว่าชุดหน้า พี่แมตต์และชาวคณะจะกลับไปเล่นเพลงแบบอัลบั้ม Ascendancy ซะที เพราะพยายามทรูแล้วพี่ทรูไม่ขึ้นจริงๆว่ะ น้องขอเตือน

Big Bang - Number One

อัลบั้มแรกของวงฮิปฮอปกิมจิที่ออกในญี่ปุ่น ได้เสียงตอบรับดีเกินคาด เสียดายที่ไม่มีขายในไทยครับ ผมชอบวงนี้เพราะว่าวงนี้ไม่เหมือนบอยแบนด์เต้นโชว์ความหล่ออย่างเดียว แต่ยังทำเพลงกันเองอีกด้วย อีกอย่างนี่ไม่ใช่วงที่คัดตัวสมาชิกมาจากหลายๆที่แล้ว จับมารวมเป็นบิ๊กแบง แต่พวกเขาทั้งหมดรวมตัวกันอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งในวงการเพลงเกาหลี จะหาได้ยากมาก ที่มีวงที่ถีบตัวเองขึ้นมาจนโด่งดังได้ขนาดนี้ เพลงในอัลบั้มเป็นฮิปฮอปโจ๊ะๆสไตล์อเมริกันเลยครับ เนื้อร้องบางส่วนก็เป็นภาษาอังกฤษง่ายต่อการเข้าใจ มีเพลงฮิตอย่าง Number One และ Haru Haru ที่ตอนนี้คงมีคนร้องได้ทั้งเอเชียแล้ว เปิดใจสักนิดแล้วลองฟังเพลงของพวกเขาดูครับ อาจจะได้วงโปรดเพิ่มก็ได้

Testament - The Formation Of Damnation

กลับมาอย่างสุดยอดจริงๆสำหรับวงแธรชรุ่นใหญ่ Testament ที่ทำผลงานตามกัปตันแจ๊ค สแปร์โรว์ไปเสียนาน(ออกทะเล) ถึงจะไม่ดีเท่ายุคแรกๆของวง แต่เพลงทั้งหมดในอัลบั้มนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขายังมีไฟอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นการที่ได้สมาชิกยุคคลาสสิคกลับมารวมตัวกันเกือบครบ ยกเว้น พอล บอสตาฟ ที่เคยโผล่มาในปี 93 แล้วหายไปเลย และพวกเขาทั้งหมดก็ไม่ทำให้เหล่าสาวกที่ศีรษะตายด้านต้องผิดหวัง โดยการประเคนโคตรบทเพลงทีทำให้เหล่าแธรชเชอร์กลับมาชีวิตชีวาได้อีกครั้ง เป็นอัลบั้มที่ 2 ของเพลงแนวแธรชเมทัลที่ผมฟังแล้วฟังซ้ำทันทีครับ (เรื่องจริงนะเนี่ย)

ปล. จริงๆยังมีอีกมากครับอาทิ Sonic Syndicate, Utada Hikaru, Destruction... etc. แต่ด้วยพื้นที่จำกัดแค่ 10 วง จึงตัดเหลือเท่านี้ งานดีๆมันเยอะมากครับ เอ่อ เปลี่ยนเป็น Top 30 ได้ไหม ฮา

 

<[-I-Wisss-I-]>

เลือกยากจริงๆครับสำหรับ Best of 2008 เพราะมีอะไรผ่านเข้ามาในชีวิตเยอะเหลือเกิน (หมายถึงเพลงนะครับ) ดังนั้นตอนเขียนเลยเลือกเฉพาะวงที่นึกเอาไว้แล้ว (เมื่อคืน) แล้วก็ที่นึกได้ตอนที่กำลังเขียนนี่ด้วย พูดง่ายๆคือด้นกันสดๆ เพราะสำหรับผมแล้วถ้างานมันดีจริงๆก็คงนึกถึงมันเป็นอันดับแรกๆนั่นแหละ ก็ลองมาดูกันครับว่ามีวงอะไรเข้าตาถั่วๆของกรรมการบ้าง

Enforcer - Into the Night

อัลบั้มเปิดตัวของวงชื่อเสี่ยวจากสวีเดนที่ได้อารมณ์โอลกสูลตั้งแต่หน้าปก โลโก้ ชือเพลง ยันอิมเมจสมาชิกวงยิ่งมาได้ตอนฟังเพลงของพวกเขาในมายสเปซยิ่งอยากจะกรี๊ดกับ Speed Metal ซาวด์สุดแสนจะเก่าเก็บ เสียงร้องของนาย Enforcer (หรือชื่อจริงว่า Olof Wikstrand) แหลมสูงทะลวงโสตย์ ดนตรีก็ปั่นกันแบบไม่ยั้ง เรียกว่าเป็นงานที่เต็มไปด้วยความสดใหม่ของคนหนุ่มอย่างแท้จริง น่าเสียดายที่ทั้งอัลบั้มมีแค่ 9 เพลง กับความยาว 30 นาทีกว่า มันอาจจะจุใจกว่านี้ถ้าเพิ่มลงไปอีกซักเพลงนะครับ แต่อย่างไรก็ตามนี่ก็เป็นวงดนตรีวงแรกที่ผมนึกถึงในชาร์ตนี้ นับว่าไม่ธรรมดา อ่อ ลืมบอกไปว่าอัลบั้มนี้ออกกับทางสังกัด Heavy Artillery ที่มากับสโลแกนแธรชดีมีคุณภาพอีกแล้วครับท่าน 

To-Mera - Delusions  

อัลบั้มเต็มชุดที่ 2 ของหนึ่งในสุดยอดโปรเกรซซีฟเมทัลจากอังกฤษที่มาแรงสุดๆในรอบปีนี้ โดดเด่นด้วยนักร้องนำสาวสวยเสียงหวานอย่าง Julie Kiss (ไม่รู้ว่าจูบเก่งเหมือนชื่อรึป่าว อิอิ) แนวเพลงของพวกเขาเป็นการผสมผสานพร๊อกเมทัลเข้ากับคีย์บอร์ดและอารมณ์ดนตรี มืดหม่นในแบบกอธิคจางๆ ภาคริธึ่มเปลี่ยนแปลงบ่อยและเล่นกันค่อนข้างหนักหน่วงคือจุดแข็งของอัลบั้ม นี้ แม้ว่าความเร็วของเพลงจะไม่มากจนเป็นเพาเวอร์ก็ตาม ซึ่งน่าจะเหมาะกับคนที่ชอบวงอย่าง After Forever หรือ Epica เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แถมชุดนี้ก็ออกกับสังกัดอย่าง Candlelight ที่มีบางบริษัทในเมืองไทยถือสัญญาอยู่ แต่ไม่ยอมเข็นงานออกมา นั่นเอง

Amon Amarth - Twilight of the Thunder God

จริงๆแล้ว Amon Amarth ไม่เคยเป็นวงโปรดของผมเลยแม้แต่ครั้งเดียว แถมอัลบั้มชุดก่อนๆที่ฟังมายังรู้สึกเฉยๆด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นไม่ใช่กับสิ่งที่เกิดกับในอัลบั้มนี้ เพราะสะดุดตาตั้งแต่ปกที่สวยงามและดูช่างอลังการเสียเหลือเกิน ส่วนในด้านดนตรีหลายเพลงมีกลิ่นอายในแบบเพาเวอร์เมทัลเพิ่มมากขึ้นอย่างผิด หูผิดตา อลังการ และติดหู แฟนเก่าๆหลายคนบ่นว่างานชุดนี้เป็นชุดที่ด้อยที่สุดของ Amon Amarth ที่ผมกลับชอบที่สุดซะงั้น และดูเหมือนทางวงเองก็ค่อนข้างมั่นใจในงานชุดนี้ถึงกะออกมาทีเดียวหลาย เวอร์ชั่น ทั้ง CD ธรรมดา CD/DVD, Double LP, Pic LP หรือเวอร์ชัน Box Set ที่มีตุ๊กตาเหล่าสมาชิกวงแถมมาอีกต่างหาก

 

Warbringer - War Without End

อัลบั้มแรกของ 5 หนุ่มผู้กระหายสงครามกับ Thrash ในแบบเบย์แอเรียแท้ๆ นี่น่าจะเป็นอัลบั้มโปรดของใครหลายคนในปี 2008 นี้ (อันนี้ถามมาหลายคนนะครับ) แม้งานของพวกเขาจะไมได้สร้างสิ่งแปลกใหม่อะไรให้กับวงการ ด้วยการเล่นแธรชสไตล์เดิมๆ เนื้อหาเดิมๆ รวมถึงการมิกซ์ซาวด์ที่ทำออกมาได้ถูกใจคอโอลสกูลดีแท้ หน้าปกก็สวยสดงดงามได้อารมณ์แบบเมทัลดีชะมัด นับว่าเป็นแธรชเมทัลหน้าใหม่ที่มาแรงที่สุดวงหนึ่งของปีนี้เลย ถ้าคุณคิดว่าตัวเองมีสงครามในหัวใจก็เชิญมาโยกหัวกับ Warbringer กันเถอะ 

Metallica - Death Magnetic

ใครจะนึกว่าวงเมทัลระดับตำนานที่ครั้งหนึ่งเคยถูกตราหน้าจากเหล่าสาวกว่ายอม ขายวิญญาณให้กับตลาดเมนตรีม จะสามารถกลับมาผงาดได้อีกครั้ง Death Magnetic ถือว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดในรอบ 10 ปีของ Metallica ด้วยการกลับสู่รากเหง้าเดิมๆของดนตรีแธรชเมทัล ตั้งแต่อินโทรเพลงแรกคือ That Was Just Your Life จนถึงเพลงสุดท้าย My Apocalypse คือซาวด์ในแบบฉบับดั้งเดิมของ Metallica ที่เราไมได้ยินมาเป้นเวลานาน ซึ่งทางวงเองก็มั่นใจกับงานชุดนี้ถึงขนาดออกมาหลายเวอร์ชั่นมาก แต่ที่น่าเก็บสุดๆเห็นจะเป็น Box Set โลงศพที่บรรจุด้วยของแถมมากมาย ใครเป็นแฟน Metallica เหมือนผม ได้ฟังงานชุดนี้คงใจชื้นขึ้นมาอีกครั้งหลังจากเหือดแห้งและเอือมระอากับวง นี้มานาน