Galneryus

posted on 02 Sep 2008 11:27 by rebirthera in Band-of-the-Week

Galneryus ฟอร์มวงขึ้นมาในปี 2001 โดย Syu (กีตาร์) อดีตสมาชิกวง Valkyr โดย Syu ต้องการสร้างวงเพาเวอร์เมทัลที่แตกต่างจากวงอื่นๆที่เคยมีมา จากนั้นเขาก็ได้พบกับ Yama-B (ร้องนำ) ซึ่ง Syu ได้ยินเสียงร้องของเขาผ่านทางเพลงที่เปิดในรายการวิทยุ ทั้งคู่ได้รวมรวมนักดนตรีในท้องถิ่นได้แก่ A ในตำแหน่งคีย์บอร์ด  Shogo ในตำแหน่งเบส และ Yui ในตำแหน่งกลอง ทั้งหมดเริ่มเขียนเพลงและเลนโชว์ตามที่ต่างๆ จนได้ออกเดโม 2 เพลงชื่อ United Flag ในรูปแบบ CDR ซึ่งทำออกมาในจำนวนจำกัด ในเดโมนี้พวกเขาลงมือโปรดิวซ์และออกทุนเองทั้งมัน และทำให้มีสังกัดออิสระหลายแห่งให้ความสนใจพวกเขา

หลังจากการแสดงโชว์ร่วมกับวงอย่าง Fairy Mirror, Mephistopheles (Jpn), Galactica Phantom, Mastermind และ Concerto Moon  Galneryus ก็ตบเท้าเข้าสตูดิโอเพื่อบันทึกเสียงเดโมตัวใหม่ที่ชื่อว่า  Rebel Flag โดยเดโมตัวนี้ได้ออกผ่านสังกัดเล็กๆอย่าง Iron Shock สมาชิกในวงมีการเปลี่ยนแปลงเล้กน้อยคือได้ Yoshihiro Kataoka มาแทน A ในตำแหน่งคีย์บอร์ด

หลังจากเดโมตัวนี้ทางวงก็ได้รับขอเสนอการเซ็นสัญญาจากหลายสังกัด รวมไปถึงได้รับเชิญไปเล่นในงาน Melodic Metal Festival ร่วมกับวงเพาเวอร์จากสวีเดนนาม Dragonland และวงจากออสเตรเลียนาม Dugeon ในโชว์ครั้งนี้ทางวง Dragonland ถึงขนาดชวน Galneryus มาร่วมเล่นเวทีเดียวกับพวกเขาอีกครั้ง

นอกจากนี้ทางวงยังได้รับเชิญให้ร่วมทำเพลงคัฟเวอร์ในอัลบั้มรวมเพลงคือ Stand Pround ! 3 และ Japanese Heavy Metal Tribute Tamashii II โดยเพลงที่นำไปรวมก็คือ Black Diamon (Stratovarius Cover) และ Soldier of Fortune (Loudness) ระหว่างการทำงานรวมเพลงชุดนี้ทางวงเปลี่ยนสมาชิกอีกครั้ง คือมือเบสเป็น Yusuke และ Yuhki  มือคีย์บอร์ด อัลบั้มรวมเพลงชุดนี้ได้ออกผ่านสังกัด Iron Shock และภายหลังก็ถูกนำมาออกผ่านสังกัด VAP

จากความสำเร็จของ Galneryus ทำให้ทางวงได้เซ็นสัญญากับสังกัด VAP (เป็นสังกัดของวงดนตรีอีกวงของ Syu คือ Animetal ด้วย) และได้ออกอัลบั้มแรก The Flag of Punishment วันที่ 22 ตุลาคม ปี 2003 ปกอัลบั้มได้ศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่าง Yoshitaka Amano ซึ่งเป็นผู้ออกแบบอาร์ตเวิร์กในเกมส์ Final Fantasy และ Vampire Hunter เป็นผู้วาดให้ และภายหลังเขาก็กลายมาเป็นผู้วาดปกอัลบั้มประจำวง ตำแหน่งเบสในชุดนี้มีการเปลี่ยนแปลงจาก Yusuke มาเป็น Tsui และตำแหน่งกลองเปลี่ยนจาก Yui มาเป็น Junichi Sato

เพียงอัลบั้มแรกก้ประสบความสำเร็จไปได้อย่างสวยงาม ตัวเพลงเป็นเพาเวอร์เมทัลที่มีกลิ่นอาย Neo-Classic จนถูกนำเอาไปเปรียบเทียบกับศิลปินระดับตำนานของสายนี้อย่าง Yngwie Malmsteen ซึ่งภายหลัง Syu ใหสัมภาษณ์ว่าได้รับอิทธิพลของเขามาจากนายคนนี้

ไม่นานหลังจากนั้นทางวงก็ออกอัลบั้มเต็มชุดที่ 2 อย่าง Advance To the Fall วันที่ 23 มีนาคม 2005 อัลบั้มนี้ทำให้ชื่อเสียงของทางวงเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกพร้อมด้วยเพลงฮิตอย่าง Silent Revelation และหลังจากทัวร์สนับสนุนอัลบั้มนี้อย่างหนักทางก็ไม่รอช้าตบเท้าเข้าสตูดิโอเพื่อบันทึกเสียงอัลบั้มเต็มชุดที่ 3 อย่าง Beyond the End of Despair... วางจำหน่ายวันที่ 12 กรกฎาคม 2006 โดยอัลบั้มนี้ Mixed และ Master โดยทีมชาวสวีเดนอย่าง SHEP ทำให้ซาวด์ที่ออกมาใกล้เคียงกับวงเมทัลจากฝั่งยุโรป

ด้วยความสำเร็จจากอัลบั้มนี้ทางวงจึงปล่อย DVD บันทึกการแสดงสดตัวแรก Live For Rebirth ซึ่งเป็นภาพจากทัวร์ Die For Rebirth ที่สนับสนุนอัลบั้ม

ในปี 2007 Galneryus ได้ออก single ชื่อว่า Everlasting เพลงนี้ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายในประเทศญี่ปุ่น อาจจะเพราะว่าเป็นเพลงแรกที่ทางวงเขียนเนื้อร้องเป็นภาษาญี่ปุ่น และตามด้วยอัลบั้มเต็มอย่าง One For All - All For One ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ทางวงยังได้ออกอัลบั้มรวมเพลงคัฟเวอร์วงเมทัลจากยุค 80 ชื่อ Voices From The Past ซึ่งคัฟเวอร์วงอย่าง Scorpion, AC/DC, Vanderberg เป็นต้น ซึ่งในระหว่างทัวร์สนับสนุนอัลบั้ม One For All ทางวงก็เปลี่ยนมือเบสจาก Tsui มาเป็น Yu-To

ในปี 2008 ทางวงได้ออก single ใหม่ชื่อว่า Alsatia / Cause Disarray ซึ่งถูกนำไปเป็นเพลงเปิดภาพนตร์แอนิเมชั่นซีรี่เรื่อง Mnemosyne หลังจากนั้นไม่นานทางวงก็ออก DVD แสดงสดตัวที่ 2 Live for One - Live for All และภายในปีนี้ทางวงยังมีแผนการออกอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 Reincarnation ซึ่งมีซิงเกิลมาชิมลางแล้วอย่าง Shining Moments  ส่วนผลงานชุดนี้จะเป็นอย่างไรนั้น ก็เตรียมฟังพร้อมๆกันวันที่ 10 กันยายนที่จะถึงนี้เลย

ส่วนตอนนี้เราพักเรื่องผลงานของ Galneryus มาเปิดอกคุยกับเรื่องส่วนตั๊วส่วนตัวกับ Syu มือกีตาร์ของวงกันหน่อยดีกว่าครับ มาดูว่ามือกีตาร์มากฝีมือคนนี้มีเรื่องราวอะไรอยากจะบอกพวกเรากันบ้าง

Q: สวัสดีครับ Syu เข้าคำถามแรกกันเลยนะ ช่วยบอกเราหน่อยสิว่า นายมาเริ่มเล่นกีตาร์ได้ยังไง

Syu: คือ พ่อแม่ผมเล่นเปียโนน่ะ ขั้นเทพเลยด้วย ดังนั้นผมจึงเริ่มเล่นไวโอลิน - -" แต่สุดท้ายแล้ว ผมก็ต้องมาหัดเล่นเปียโน แต่ได้แค่นิดเดียวผมก็เลิกซะแล้ว 5555+ ผมเล่นไวโอลินตั้งแต่ 6 ขวบ จนถึงประมาณ 12-13 ปีนี่แหละ แล้วก็ตอนอยู่เกรด 4 ผมก็ได้มารู้จักกับวงชื่อ X-Japan โอ้ว พระเจ้า นั่นทำให้ผมหลงรักกลองขึ้นมาเลย

Q: เกี่ยวไหมเนี่ย ผมถามถึงกีตาร์ตะหาก แล้วว่าแต่ ในวง Cross-Large นายเล่นกลองนี่นา ทำไมเลิกเล่นกลองซะหละ

Syu: Cross-Large! ให้ตายสิ ผมไม่ได้ยินชื่อนี้มานานมากแล้วนะเนี่ย อย่างที่บอกแหละ ตอนแรกผมเล่นไวโอลินมาก่อน(ทำท่าเล่นไวโอลิน) หลังจากนั้นผมก็เปลี่ยนมาเล่นกีตาร์ (ทำท่าเล่นกีตาร์) ดังนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะเปลี่ยนจากไวโอลินมาเป็นกีตาร์ แต่ผมก็ยังเล่นกลองนะ ที่เลือกกีตาร์เป็นหลักก็เพราะว่ามันสามารถยกไปเล่นที่ไหนก็ได้น่ะสิ ตอนแรกผมคลั่งโยชิกิเอามากๆเลย และผมก็เคยตั้งเป้าว่าจะต้องเป็นอย่างเขาให้ได้ แต่โชคร้ายจริงๆ ผมไม่สามารถหาสมาชิกวงที่ดีๆได้เลย ดังนั้นผมก็เลยเปลี่ยนจากกลองมาเป็นกีตาร์ คือผมคิดว่าการเล่นกีตาร์และร้องเพลงไปด้วยมันเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการสือสารผ่านทางดนตรีอะ

Q: ตอนนี้นายสังกัดวงดนตรีถึง 3 วง นั่นคือ Galneryus, Aushvitz, Animetal ทำไมถึงเข้าร่วม 3 วงนี้ล่ะ

Syu: หลังจากวงวิช่วลที่ผมสังกัดอยู่ที่ชื่อ Valkyr แยกวง ผมก็มาฟอร์มวง Galneryus และ Aushvitz ด้วยสมาชิกที่เหลืออยู่ ผมทำงานของทั้งสองวงผ่านทางสังกัดอินดี้ แล้วอยู่มาวันนึงโปรดิวเซอร์ Hisatake ก็ถามผมว่า "ทำไมน้องไม่ไปเล่นกะวง Animetal ล่ะ" ผมก็ตอบตกลงไปทันทีเลย ทำให้มันกลายเป็นสามวงในที่สุด

Q: Valkyr นี่มันวิช่วลมากเลยนิ นายชอบวิช่วลเคย์เหรอ

Syu: อืมใช่ๆ ผมชอบ X-Japan, Luna Sea และก็อีกหลายๆวง แต่ถ้าให้พูด ณ ตอนนี้ ผมคงไม่กลับไปเป็นวิช่วลอีกแล้ว เพราะว่าวงสมัยนี้ส่วนมากก็มีดีแค่เปลือกนอกเท่านั้นแหละ

Q: ทั้งสามวงที่นายสังกัดมีสไตล์ที่แตกต่างกันออกไป นายมีวิธีจัดการเรื่องนี้อย่างไร

Syu: ผมแยกมันด้วยสัญชาตญาณดิบน่ะ วง Animetal มีคนอย่าง Eizo Sakamoto เป็นแกนนำ ผมว่ามันเหมาะแก่การฝึกซ้อมของผมมากเลย Galneryus เป็นวงที่ผสมผสานสไตล์เพลงคลาสสิคที่งดงามได้อิทธิพลมาจากสวิดิชสไตล์และวงอย่าง Dream Theater ส่วน Aushvitz นี่ผมจะเล่นอะไรก็ได้ ธีมของมันเกี่ยวกับ ความรุนแรง ความยากลำบาก และความสิ้นหวัง

Q: นายไปพบกับสมาชิกของแต่ละวงได้อย่างไร

Syu: เอาแค่ Galneryus นะ มันเริ่มจากที่ผมรู้จักกับ Yama-B โดยที่วันนึงผมไปเข้าผับที่มีเพลงเปิด แล้วผมก็ได้ยินเสียงเขาผ่านทางวิทยู ผมถึงกับอุทานออกมาว่า "กูชอบไอ้หนุ่มนี่ว่ะ จะต้องร่วมงานกับมันให้ได้เลย" และทุกๆอย่างก็เริ่มจากนั้น ผมพาเขามาที่สตูดิโอ แล้วผมก็เล่นกีตาร์โดยที่ให้เขาร้องว่า "Ahhhhhhhhhh..!!!!" จากนั้นเราก็พูดพร้อมกันว่า "แหล่มเลยพวก" 55555+

Q: ดังนั้นหมายความว่าวง Galneryus ก็เกิดจากการฟังรายการวิทยุน่ะสิ แต่นายมาจากคันไซใช่ปะ

Syu: ใช่ๆ ส่วน Yama-B มาจาก Wakayama สรุปแล้วเราก็มาจากแถบคันไซเหมือนกันนั้นแหละ

Q: นายแต่งเพลงจำนวนมากให้วง Galneryus และ Aushvitz แต่สองวงนี้มันต่างกันมากเลยนะ นายมีวิธีแต่งเพลงในสไตล์ที่แตกต่างออกไปอย่างไรบ้าง

Syu: จริงๆผมไม่ได้คิดเรื่องแบบนั้นเลยนะ ผมคิดแค่ว่าจะแต่งยังไงให้มันเข้ากับเสียงของนักร้องแต่ละวง Galneryus มีส่วนผสมของคีย์บอร์ดอยู่ด้วย ดังนั้นผมสามารถเปิดโลกทัศน์การแต่งเพลงได้กว้างและท้าทายมากขึ้นไปอีก ส่วน Aushvitz เป็นวงสามชิ้นที่ผมอยากให้มันเป็นยังไงก็ได้ แต่ต้องคำนึงเสมอว่าเราเล่นกันแค่สามคน และเราเน้นความรุนแรง..!!

Q: นายเอาอะไรคิด ว่าต้องร้องภาษาญี่ปุ่นในวง Aushvitz และภาษาอังกฤษใน Galneryus

Syu: สัญชาตญาณดิบไงล่ะ 5555 คือใน Galneryus น่ะ Yama-B เป็นคนเขียนเนื้อร้อง ส่วนใน Aushvitz ผมเป็นคนเขียนเนื้อร้องเอง เราก็ต้องมาคิดกันว่า วงไหนควรใช้ภาษาอะไรถึงจะออกมาดี มันก็แค่นั้น แต่จริงตอนนี้ Galneryus ก็มีเนื้อร้องเป็นภาษาญี่ปุ่นแล้วนะ (หมายถึงเพลง Everlasting -- ผู้แปล)

Q: จริงเรอะ นี่ครั้งแรกเลยหรือเปล่า

Syu: ใช่ๆ เพราะว่าผมเป็นคนญี่ปุ่นอะนะ เลยต้องมาใช้ภาษาญี่ปุ่นบ้างสิ ผมว่าผมงานเข้าอีกแล้วล่ะ 5555

Q: ไม่กลัวที่จะใช้ภาษาญี่ปุ่นในเพลงของนายเลยรึ

Syu: ก็มีบ้างนะ เรามักจะจินตนาการเพลงเมทัลเป็นภาษาอังกฤษเสมอๆ แต่ภาษาอังกฤษมันไม่ใช่ภาษาหมู่เฮา ดังนั้นมันยากที่จะใส่ความรู้สึกลงไปในเพลงได้เต็มที่ คนญี่ปุ่นก็ฟังได้แค่ดนตรีซะมากกว่า ผมว่านะ ดังนั้น ถ้าเราร้องเป็นภาษาญี่ปุ่น เราก็น่าจะสื่อความรู้สึกเราออกไปได้ดีกว่า

Q: ว่าด้วยเรื่องการร้องเพลงกันบ้าง Aushvitz เป็นวงเดียวที่นายได้ร้องนำ ส่วนใน Galneryus Yama-B เป็นนักร้องนำ มันมีอะไรต่างกันบ้าง

Syu: คือสำหรับเพลงของ Galneryus ผมเป็นคนร้องเสียงสูงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ผมก็เลยต้องใช้ Yama-B นี่แหละ

Q: อืม เสียงสูงเขาแหล่มมากเลยนะ ตอนที่นายแต่งเพลงเนี่ย ต้องจินตนาการถึงเวลาเขาร้องด้วยใช่ไหม

Syu: ใช่แล้ว แต่ช่วงนี้ ผมพยายามจะเพิ่มให้คีย์มันสูงขึ้นไปอีกนิดนึงด้วยนะ 5555 แต่เขาก็ดันร้องได้ดีซะอีก มันอเมซิ่งมากๆเลย 555 เสียงผมคงไม่กว้างแบบเขาร้องแน่ๆ ผมเลยอยากร้องเสียงแบบเดธมากกว่า 5555 แต่ผมก็รู้ว่าผมควรจะร้องยังไงใน Aushvitz ด้วยเสียงที่จำกัดของผม

Q: ยากไหมเวลาที่เล่นกีตาร์ไปด้วย ร้องไปด้วยเนี่ย

Syu: แรกๆมันก็ยากนะ หลังๆก็คล่องแล้วล่ะ

Q: ในโฮมเพจของ Aushvitz เขียนเอาไว้ว่านายตั้งชื่อวงให้ไปในทาง ประมาณว่าความปราถนาให้เกิดสันติและความทรงจำที่จะไม่มีวันลืมมัน ดังนั้นก็เลยออกมาเป็นชื่อ Aushvitz

Syu: เดิมที ผมตั้งชื่อนี้เพราะว่าผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก และผมต้องการจะแสดงความรู้สึกเกี่ยวกับหัวใจที่แตกสลาย แต่เดี๋ยวพอ Aushvitz จะออกชุดใหม่ผมก็จะเปลี่ยนชื่อวงแล้วล่ะ

Q: และมันก็เขียนไว้ด้วยว่า Aushvitz เป็นวงแนว Visual Death Slash Band และนายก็อาละวาดไปรอบๆกรง

Syu: เพราะเราเป็นนักโทษวิช่วลเคย์ไงละ

Q: ผมเห็นสมาชิกวงคนนึงพันตัวด้วยผ้าพันแผลทั้งตัวเลย ดูท่าชีวิตจะสับสนมากนะเนี่ย

Syu: เหอๆๆ เดี๋ยวผมจะเล่าเรื่องในเนื้อเพลงให้ฟัง มันบอกว่า เราเป็นนักโทษประหารที่ต่อแถวรอความตาย ซึ่งคนนึงในนั้นจะถูกประหารด้วยวิธีที่แตกต่างกันออกไป แต่เขากลับหลงรักเพชรฆาตสาว เขาไม่สามารถทำให้ความปรารถนาของเขาเป็นจร