Iced Earth

posted on 27 Aug 2008 12:10 by rebirthera in Band-of-the-Week

ทิ้งห่างกันไม่ถึง 2 ปี สำหรับอัลบั้ม The Crucible of Man ที่ออกตามหลังอัลบั้ม Framing Armageddon มาติดๆ ดังนั้นเราจึงเอาตัว Jon Schaffer มือกีตาร์และแกนนำหลักของวงมาจับเข่าคุยกันถึงที่มาที่ไปและการทำงานในอัลบั้มนี้รวมถึงการกลับมาของ Matt Barlow นักร้องเก่าของวงที่เคยฝากผลงานไว้หลายชุดด้วย

 Q : ว่าไงบักจอน ผมมีคำถามจะถามคุณเยอะแยะเลยล่ะ อย่างแรกเลยผมอยากทราบว่าคุณเอาวัตถุดิบที่ใช้ในการเขียนอัลบั้มใหม่ของคุณมาจากไหนเยอะแยะ เพราะมันพึ่งทิ้งช่วงจากอัลบั้มที่แล้ว (Framing Armageddon) ไปไม่นานนัก

Jon : วัตถุดิบที่ใช้ในอัลบั้มนี้จริงๆแล้วถูกเขียนขึ้นมาพร้อมๆกับการทำอัลบั้มที่แล้ว (Framing Armageddon) นั่นแหละครับ ก็คือตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ ปี 2006 และผมเริ่มทำส่วนของกลองในปีถัดมา ตอนนั้นเรามีเพลงที่บันทึกเสียงกันถึง 35 เพลงเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่ามันอัดลงในอัลบั้มเดียวไมได้ นี่ล่ะเหตุผลว่าทำไมอัลบั้ม The Crucible of Man ถึงออกมาไวนัก หลังจากสิ้นสุดทัวร์สนับสนุนอัลบั้ม Framing Armageddon ในยุโรป พวกเราก็กลับมาที่สตูดิโอเพื่อแก้ไขส่วนของเนื้อร้องและเมโลดี้ในเพลงที่เหลือของเรา

Q : อ่อ อย่างนี้นี่เอง แล้วพวกเราคาดหวังอะไรกับอัลบั้มนี้ได้บ้างล่ะ

Jon :  อย่างแรกเลยงานของเราเป็น Concept Album ซึ่งมันยุ่งยากและซับซ้อนมากๆที่จะเล่าเรื่องราวทั้งหมดผ่านบทเพลง พวกเราไม่ใชแค่เอาเนื้อเพลงมาเขียนเล่าเป็นเรื่องราวใส่ไป แต่เราต้องการให้เพลงแต่ละเพลงเล่าเรื่องราวด้วยตัวของมันเอง ดังนั้นอารมณ์ความรู้สึกในเพลงต่างๆจึงต้องแตกต่างกันตามเนื้อร้องของเพลงนั้น ส่วนคอนเซปในอัลบั้มนี้ผมเขียนขึ้นมาร่วม 10 ปีแล้วล่ะ โดยมีแผนจะใช้เครื่องดนตรีแปลกๆจากทั่วมุมโลก เราใส่ไอเดียใหม่ๆลงไปในผลงานชุดนี้เยอะมาก

Q : ผมไม่ใชแฟนเพลงของ Iced Earth นะ แต่ดูเหมือนคุณจะมีส่วนกับซาวด์ทั้งหมดของวงใช่มั้ย

Jon : ถูกต้อง เพลงส่วนใหญ่ของ Iced Earth เป็นฝีมือของผมทั้งหมด และมันก็เป็นแบบนี้มาตลอดตั้งแต่ผมเริ่มทำวงเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ในส่วนของโปรดิวเซอร์นั้นผมว่ามีวงดนตรีหลายวงที่ต้องการโปรดิวเซอร์มาช่วยชี้แนะซาวด์ของวงที่ออกมา แต่สำหรับ Iced Earth นั้นไม่ใช่ ผมมักทำในสิ่งที่ผมต้องการให้มันเป็นเสมอ แต่อย่างไรก็ตามผมก็ต้องการให้มี Co-Producer ซึ่งก็คือ Jim Morris เพราะผมเชื่อมั่นในการตัดสินใจของเขาว่าสามารถดึงสิ่งที่ดีที่สุดของวงออกมาได้ ซึ่งเขาเป็นมนุษย์โลกไม่กี่คนนะที่ผมไว้ใจในเรื่องนี้ Jim เป็นคนที่มีความรู้เรื่องทฤษฎีดนตรีที่แตกฉานมากๆคนหนึง ดังนั้นผมจึงมั่นใจในคำแนะนำของเขา

Q : งั้นในอัลบั้มนี้มีส่วนไหนบ้างหรอที่เป็นฝีมือของ Jim

Jon : อืม จริงๆแล้วเขาก็มีส่วนช่วยเล่นกีตาร์ในหลายๆเพลงของเรานะ แต่ถามว่า Jim เข้ามามีบทบาทต่อซาวด์ของเรามั้ย อันนั้นคงเป็นหน้าที่ของผู้ฟังนั่นล่ะที่จะจับสังเกตในเรื่องนั้น เพราะสำหรับผมแล้ว Iced Earth ก็เปรียบเสมือนลูกคนนึงของผม เพลงที่คุณได้ยินกันมันก็คือสิ่งที่ผมคิดไว้แล้วในหัว ดังนั้นผมจึงไม่ค่อยรู้ว่า Jim ได้เข้ามามอิทธิพลต่อเราแค่ไหน ผมรู้ก็แค่ว่า Jim คือคนที่จะช่วยดึงเอาสิ่งมันอยุ่ในหัวผมให้ออกมาเป็นเพลงเท่านั้นแหละ

Q : จริงๆอัลบั้มนี้ค่อนข้างเซอร์ไพรซ์ผมพอสมควรเลยนะที่คุณเปลี่ยนเอา Tim Ripper Owen ออกแล้วเอา Matt Barlow กลับมาร้อง แต่การที่คุณทำดนตรีกันก่อนที่ไลน์อัพจะสมบูรณ์ มันมีปัญหาอะไรบ้างมั้ย 

Jon : ไม่เลย เพราะเพลงที่ผมเขียนจะไม่เปลี่ยนไปเพราะเราเปลี่ยนนักร้องนำ นักร้องส่วนใหญ่ที่เข้ามาร้องให้กับ Iced Earth ก็ต้องผ่านการคัดจากผมทั้งนั้น ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาเรื่องที่เขาจะร้องเพลงที่ผมแต่งไว้กับนักร้องคนเก่าไมได้ นั่นก็หมายถึงนักร้องที่สามารถมาร้องให้กับ Iced Earth ได้นี่ต้องสามารถร้องได้หลายโทนมากๆ ผมบอกได้เลยว่านักร้องคนเก่าๆที่ผมร่วมงานด้วยรวมไปถึง Hansi Kursch (Blind Guardain) กับไซด์โปรเจคที่ผมทำกับเขาอย่าง Demon & Wizard นั้นแสดงให้เห็นว่า Hansi มีเสียงเหนือมนุษย์ เขาสามารถร้องเพลงได้หลายโทนมากๆ จะว่าผมเป็นคนเอาแต่ใจก็ได้นะ แต่ผมแต่งเพลงที่หนักแน่น รวดเร็ว อ่อนไหว สะอาดใส หรืออะไรก็ตาม ผมไม่เคยคิดถึงข้อจำกัดเรื่องเสียงนักร้องเลย เพราะถ้าเขาร้องไมได้ ผมก็คงไม่เอาเขามาร้องกับ Iced Earth ตั้งแต่แรกหรอก ผมมีหน้าที่เขียนเพลง และนักร้องก็มีหน้าที่ร้องในสิ่งที่ผมเขียน การที่เราต้องเขียนเพลงเพื่อเอาใจนักร้องมันเท่ากับเป็นการสร้างข้อจำกัดให้กับดนตรี ผมคิดว่างั้นนะ

Q : เป็นความคิดที่แปลกดีนะ

Jon : สิ่งที่แปลกเรื่องนึงเกี่ยวกับดนตรีคือ คนแต่ละคนได้ยินในสิ่งที่ฟังต่างกันออกไป เช่น มีคนฟังเพลงบางคนที่ฟังแต่เสียงร้อง ส่วนบางคนฟังทุกๆอย่างของดนตรีเลย บางคนก็สนใจเนื้อร้อง บางคนก้ไม่ แล้วก็มีบางคนที่สนแค่กีตาร์เท่านั้น มันก็เป็นเรื่องเจ๋งนะที่คนแต่ละคนฟังเพลงที่คุณแต่งแตกต่างกันออกไป แต่สำหรับผมแล้ว ผมไม่ยอมให้เรื่องนี้มาทำให้ดนตรีของผมแย่ลงหรอก นักร้องนำสำหรับผมแล้วก็เปรียบเสมือนเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งที่เข้ามาประกอบให้เพลงๆนั้นสมบูรณ์ สิ่งที่เกิดในการทำงานของ Iced Earth คือผมทำทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นการแต่งดนตรี เมโลดี้ เนื้อร้อง ไลน์กีตาร์ ไลน์เบส ไลน์กลอง ผมทำเองคนเดียวหมดเลย แล้วถ้าผมให้ Matt เป็นคนเขียนเนื้อหรือเมโลดี้เอง มันก็จะต้องแตกต่างกับสิ่งที่ผมวางแผนเอาไว้ในใจแน่นอน เพราะในเมื่อคนแต่ละคนฟังเพลงแตกต่างกัน นี่ล่ะคือขั้นตอนการทำงานของวงเรา

Q : โหดมาก !!! งี้นักดนตรีของวงคุณเขามีปัญหากับเรื่องนี้มั้ยเนี่ย

Jon : แหงอยู่แล้ว มันเป็นปัญหามากๆในช่วงที่ผมเริ่มทำวงนี้ขึ้นมาใหม่ๆ เพราะการเพลงของผมบางเพลงมันเกินกว่าความสามารถของนักดนตรีในวงจะเล่นได้ ดังนั้นเราถึงมีการเปลี่ยนสมาชิกกันอยุ่บ่อยๆไงล่ะ แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหากับผม ในเมือเพลงทั้งหมดผมเป็นคนเขียนขึ้นมาเองอยู่แล้ว สไตล์การเล่นต่างๆในแต่ละอัลบั้มจึงไม่ต่างกันนัก ทั้งที่สมาชิกเป็นคนละคน ซึ่งก็เหมือนวงอย่าง AC/DC, Judas Priest, Iron Miaden, Black Sabbath เหล่านี้คือวงที่มีสไตล์เฉพาะตัวที่ร้อยวันพันปีก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงไป ผมรู้สึกดีมากที่สามารถสร้างสไตล์เฉพาะตัวของเราขึ้นมาเองได้ คุณอาจจะได้ยินอิทธิพลของพวกเรานะ แต่แน่นอนคุณต้องได้ยินในส่วนที่มาจากพวกเราเองด้วย ซาวด์ของพวกเราเอง เรื่องนั้นอาจจะทำให้หลายคนอิจฉาและเริ่มพูดแย่ๆเกี่ยวกับเรา แต่ผมก็ไม่แคร์เพราะรู้ดีว่าเรามีฐานแฟนเพลงที่แข็งแกร่งสนับสนุนอยู่

Q : สรุปแล้ว คุณยังไมได้บอกถึงสาเหตุที่ Matt กลับมาเข้าวงเลยนะ

Jon :  อ่อ ลืมไป 555 จริงๆตอนทื่เขาเข้ามานี่ มันค่อนข้างสายเกินไปหน่อยแล้ว หมายถึงทุกอย่างทำเสร็จสิ้นไปหมดแล้ว ซึ่งตอนนั้นผมพึ่งกลับจากทัวร์สนับสนุนอัลบั้มที่แล้วพอดี ผมเลยเหนื่อยมาก และ  Matt ได้เข้ามาช่วยผมแต่งเนื้อร้องและเมโลดี้ให้มันดีขึ้น ซึ่งผมเองค่อนข้างเชื่อถือในฝีมือของ Matt อยู่แล้วด้วย ทุกอย่างมันเลยเป็นไปโดยง่าย นอกจาก Matt ก็มี Hansi Krusch ที่ล่ะที่ผมค่อนข้างเชื่อมันในฝีมือการเขียนเนื้อร้องของเขา ผมบอกได้เลยว่าเนื้อร้อง 5-6 เพลงในอัลบั้มนี้เป็นฝีมือของ Matt ทังนั้น ตัวผมเองแค่ให้คอนเซปเขาไปเท่านั้น และเขาก็ทำได้ดีมากๆเลย

Q : ผมรู้มาว่ามีคนฟังเพลงหลายคนไม่ค่อยสนใจในส่วนของเนื้อร้องนะ คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้บ้าง

Jon : ก้ไม่เป็นไรนะ จริงๆแล้วผมก็อยากให้คนฟังอ่านและทำความเข้าใจกับเนื้อร้องของเรานั่นแหละ แต่ผมก็เชื่อว่าถ้าดนตรีมันเข้าถึงคนฟังจริงๆแล้วล่ะก็ เขาก็ย่อมอยากรู้แหละว่าเนื้อเพลงมันเขียนถึงอะไร เขาอาจจะเข้าใจ หรือไม่เข้าใจอันนี้มันไม่ใชปัญหาเลย ตราบใดที่เขายังรู้สึกดีจากการฟังเพลงของเราอ่านะ ซึ่งถ้าเขาเข้าใจเนื้อร้องของเรานั่นก็ย่อมเป็นเรื่องที่ดีมากๆ มีเด็กบางคนที่ฟังดนตรีของเราเพื่อศึกษาการเล่นกีตาร์เท่านั้น นั่นก็เป็นเรื่องที่ดีนะ หรือบางคนบอกว่า ผมฟัง Iced Earth เพราะชอบเสียง Matt มันก็ โอเค อีกแหละ ตราบใดที่คนฟังเพลงของเราแล้วชอบ

Q : ผมสงสัยมานานแล้วเรื่องนึง ในเมื่อคุณแต่งเพลงในอัลบั้ม The Crucible of Man และ Framing Armageddon ขึ้นมาพร้อมกัน ทำไมคุณไม่ออกมันเป็นแผ่นคู่ซะเลยล่ะ ผมเห็นหลายวงเขาก็ทำกันนะ

Jon : เพราะมันยุ่งยากน่ะ และอีกอย่างสังกัดเราก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับเรื่องนี้เท่าไหร่ คนส่วนใหญ่พอรู้ว่าอัลบั้ม The Crucible of Man เป็นเพลงที่แต่งมาตั้งแต่ตอนทำ Framing Armageddon เขาอาจจะมองว่าพวกเราขายของเก่า แต่จริงๆแล้วไม่มีใครรู้หรอกว่าทุ่มเทไปกับอัลบั้มนี้เท่าไหร่ ผมบอกได้เลยว่าเราทุ่มเทเวลาไปกว่า 90 เปอเซนต์ ขลุกตัวอยู่แต่ในสตูดิโอเพื่อทำเพลงเหล่านั้นให้สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ทำได้ ดังนั้นการออกเป็นแผ่นคู่อาจจะทำให้เพลงที่ออกมาเป็นเพลงชุ่ยๆก็ได้ ซึ่งผมไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น

Q : คุณมีแผนถ่ายทำมิวสิควิดีโอรึป่าว

Jon : ก็อยากทำอยู่นะ แต่ตอนนี้เรามีปัญหากับทางต้นสังกัด (SPV) นิดหน่อย วิดีโอเลยไม่เสร็จสักที

Q : คุณคาดหวังอนาคตของวง Iced Earth ต่อไปอย่างไรบ้าง

Jon : ก็ยังคงเล่นดนตรีไปเรื่อยๆแบบนี้ ตอนนี้เรามแผ่นทัวร์รอบโลกซึ่งสิ้นสึดที่ญี่ปุ่นเดือนพฤศจิกายนนี้ จากนั้นก็จะมีทัวร์ที่ยุโรปอีกในปี 2009 ซึ่งพวกเราได้เล่นเป็นเฮดไลน์

Q : คุณเคยคิดเล่นเพลงที่เป็นคอนเซปทั้งหมดในโชว์เลยด้วยรึป่าว

Jon : เออ ก็น่าสนใจนะ แต่ผมก้ไม่รู้หรอกว่าแฟนๆต้องการแบบนั้นรึป่าว แต่จริงๆคงทำไมได้หรอกเพราะพวกเรามีเพลงเล่นมากเหลือเกิน มันเป็นการยากที่จะเลือกเพลงที่ถุกใจทุกๆคนในโชว์ได้หรอก แต่เราก็พยายามดีที่สุดแล้ว ส่วนการหยิบเอาเพลงมาร้อยเรียงกันเป็นคอนเซปนั้นผมก็อยากทำอยู่แล้วล่ะ ซึ่งคงต้องดูกันต่อไป

Q : หมดคำถามแล้ว ขอบคุณมากครับ มีอะไรจะฝากถึงแฟนไว้มั่ง

Jon : ไม่เป็นไรครับ ก็ขอให้ไปดูเราที่โชว์ด้วยแล้วกัน

 

Comment

Comment:

Tweet

ยังไม่เคยฟังเสียงนักร้องเก่าแฮะ เพิ่งได้มาฟังFraming Armageddon Hot! Hot!

#10 By Siwawuth on 2010-12-18 22:47

AYLopN <a href="http://mqwdhojxobot.com/">mqwdhojxobot</a>, [url=http://syhctvffxaey.com/]syhctvffxaey[/url], [link=http://lrarepzhrnnp.com/]lrarepzhrnnp[/link], http://xzgdtxkfipbt.com/

#9 By FxtqsdyfYAYKixgL (213.5.64.15) on 2010-10-02 21:08

ploH8r <a href="http://wukarngcjuth.com/">wukarngcjuth</a>, [url=http://voedcstjkepw.com/]voedcstjkepw[/url], [link=http://ufiyeamkdvff.com/]ufiyeamkdvff[/link], http://vohofuwultsw.com/

#8 By HqglQpfHsoo (213.5.70.184) on 2010-09-27 23:54

TwijHK <a href="http://meljmwtytwuz.com/">meljmwtytwuz</a>, [url=http://sgfrpfmtkmej.com/]sgfrpfmtkmej[/url], [link=http://ysiflhckjaca.com/]ysiflhckjaca[/link], http://zhlhyckqlabu.com/

#7 By hQtSfpZHlqzyCs (193.105.210.162) on 2010-08-15 00:47

วงนี้ผมละอยากได้ Boxset Dark Genesis เจงๆ

#4 By Paradise (124.120.41.60) on 2009-01-01 14:57

วงโปรดอีกวง

ขอบคุงมากมาย

#3 By Godslipk (117.47.116.10) on 2008-09-05 00:17

ต้องหามาฟังซักชุดล่ะ

#2 By hakonnen (58.9.219.88) on 2008-09-03 21:22

ไม่ค่อยติดตามวงนี้สักเท่าไหร่อะงับ เหอๆ
เดี่ยวจะลองหามาฟังงับ ขอบคุนมากงับ

#1 By Dragonheart (124.120.134.145) on 2008-08-31 18:33

Recommend