DragonForce

posted on 11 Aug 2008 12:46 by rebirthera in Band-of-the-Week

 

ใกล้ฤกษ์ดีอีกครั้ง หลังจากห่างหายกันไปสองปีกว่าๆ อีกไม่นานเกินรอ DragonForce ก็จะไประเบิดพลังแห่งมังกรถล่มแผงซีดีใกล้บ้านเหล่าสาวกทุกคนแล้ว ดังนั้นเราจึงหยิบบทสัมภาษณ์ของสองสมาชิกวงมาแปลให้แฟนเพลงและเด็กฟอซได้อ่านกันก่อนเสียตังค์สอยอัลบั้มมาครอบครอง อย่ารอช้าดีกว่าเพราะว่า ZP Threat รอเราอยู่แล้ว..!!!

Q : ให้ตายสิพวก ผมมีความสุขมากเลยที่ได้คุยสายกับคุณเนี่ย ผมเพิ่งจะมีโอกาสได้ฟังอัลบั้มใหม่ของคุณเอง มันเกือบจะฆ่าผมเลยละ มันสุดยอดมากๆจริงๆ ลูกผมที่บ้านที่กำลังหัดฟังเพลงแกก็ชอบ DragonForce หมือนกัน

ZP : หึหึ เราเข้าถึงคนทุกกลุ่มแหละ

Q : โอเค ผมจะถามแล้วนะ ตอนที่คุณเริ่มต้นทำวงมา มันก็มีเพาเวอร์เยอะแยะเต็มไปหมดเลย แต่คุณกลับทำในสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน มีหลายคนบอกว่างานของพวกคุณเหมือนเอาความสวยงามแบบวง Journey ผสมเข้ากับความเหี้ยมเกรียมของ Slayer ช่วยบอกหน่อยเถอะว่าคุณทำซาวด์ที่เหมือนระเบิดนิวเคีลยร์แบบนี้ออกมาได้ยังไง

ZP : ตั้งแต่เริ่มทำวงพวกผมก็คิดไว้แล้วล่ะว่าจะเล่นอะไรที่มันอนุรักษ์นิยม พวกเราน่ะเติบโตมากับยุค 80 ซึ่งมันมีวงเมทัลเจ๋งๆอยู่เพียบเลย ผมพยายามฟังวงดนตรีในยุคนั้นทุกวงเท่าที่ผมสามารถฟังได้ แต่มันแย่ชิปหายเลยว่ะที่พอเข้ายุค 90 ไอ้พวกดนตรี กรันจ์ มันก็เข้ามาฮุบทุกอย่างจากเมทัลไปจนหมดเลย จนมาถึงปี 1999 พวกเราก็ตัดสินใจทำวงดนตรีนี้ขึ้นมา โดยพยายามตั้งเป้าว่าเราจะทำในสิ่งที่ไม่มีใครเคยทำมาก่อน และที่สำคัญดนตรีที่เราทำนั้นพวกเราก็ต้องชอบที่จะฟังด้วย นี่ล่ะคือสิ่งที่เราทำอยู๋ในตอนนี้ และผมก็หวังว่าเราจะสามารถทำแบบนี้ได้ตลอดไป

Q : ผมน่ะเป็นแฟนของ Journey, Rush, Slayer, Stryper นะ วงพวกนี้อ่ะ แต่ละมีนักร้องที่ยอดเยี่ยมมากๆเลย และผมขอสารภาพเลยนะว่าผมก็ชอบคุณด้วย เพราะผมคิดว่าคุณคือนักร้องที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งของยุคนี้เลยล่ะ

ZP : อ่อ ดีแล้วที่คุณพูดแบบนั้น เพราะถ้าคุณบอกว่า การมีนักร้องนำที่ยอดเยียมคือสิ่งที่ DragonForce ขาด ก้เตรียมเจอตีนผมได้เลย 5555

Q : ห้าห้า (เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ) ก็แหงอยุ่แล้ว ถ้าคุณเสียงไม่ดีก็คงไม่มีวงอยู่ใช่มั้ยล่ะ ช่วยบอกผมหน่อยสิว่าใครหรอที่เป็นแรงบันดาลใจให้หนูน้อย ZP หัดร้องเพลงแบบนี้น่ะ

ZP : Sebastian Bach เป็นนักร้องที่ผมชอบมาก รองลงมาก้ Bon Jovi แล้วก็วงในแนวนี้ อาจจะฟังดูงี่เง่าแต่ผมชอบ Poison แล้วก็ Tesla ด้วย

Q :  โอเค มาถึงคำถามข้อต่อไปล่ะนะ แฟนๆของ DragonForce หลายคนก็คงสงสัยด้วย เกี่ยวกับเนื้อเพลงของวง ผมว่างานชุดเก่าๆเนื้อเพลงมันพุดถึงพวก ตำนาน นักรบ ฮีโร่ ดาบเกราะ แต่พอมาในชุด Inhuman Rampage ดูเหมือนเนื้อเพลงจะพูดถึงโลกแห่งความจริง ณ ปัจจุบันมากขึ้นนะ แล้วใน Ultra Beatdown ล่ะ เนื้อเพลงมันเป็นยังไงมั่ง

ZP : จริงๆตอนเราทำเพลง เราไมได้มานั่งห่วงว่าเนื้อเพลงมันจะออกมายังไงหรอกนะ ตอนแรกมันก็จะมีแค่เมโลดี้สิ่งที่ผมจะทำก็แค่ร้องคลอไปกับมัน แล้วก็คิดเนื้อร้องที่เหมาะสมกับเสียงที่ออกมาเท่านั้นเอง และเมื่อทุกอย่างมันลงตัวแล้วผมถึงจะเริ่มอัดมันออกมาเป็นเพลง เนื้อร้องของวงเราส่วนใหญ่ก้เป็นเรื่องที่พบเห็นในชีวิตประจำวันมันไมได้มีเบื้องหน้าเบื้องหลังอะไรเหมือนวงดนตรีวงอื่นที่กว่าคุณจะเข้าใจได้ก็ต้องไปอ่านหนังสือประวัติศาสตร์หรือตำนานหนาเป็น 1000 หน้า หรอก

Q : งั้นการทำเพลงของ DragonForce ก็คือให้แต่ละคนทำดนตรีในส่วนของตัวเองออกมาให้หมด ส่วนคุณก็มีหน้าที่ร้องคลอไปกับเมโลดี้แล้วก็คิดเนื้อเพลงพลางๆ จนทุกอย่างลงตัว คุณก็พูดกับเพื่อนๆในวงว่า "เอ้า กูคิดเนื้อร้องเสร็จเระ เพลงนี้มันจะเกี่ยวกะมังกร นักรบ ห่าเหว อะไรประมานนี้ล่ะ พวกมึงรีบย้ายก้นไปบันทึกเสียงกันได้แล้ว"

ZP : แม่นแล้วน้องชาย แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างที่เอ็งพูดหรอกนะ เพราะกว่าจะบันทึกเสียงออกมาเป็นเพลงที่พวกเอ็งฟังอยู่นี่ มันก็ต้องแก้ทั้งเนื้อร้องทั้งดนตรีกลับไปกลับมาหลายรอบอยู่ ผมอัดเสียงร้องประมาน 4-5 รอบ ต่อเพลง 1 เพลง มันมีการปรับเปลี่ยนอะไรเยอะมาก และนี่คือสิ่งที่เราทำตลอด 7 เดือนในสตูดิโอ

Q : เข้าใจเระ ใช้เวลา 7 เดือนในสตูดิโอ ก้ได้เพลงออกมา 8 เพลงใช่มะ แบบนี้นี่เอง

ZP : น้องกวนตีนปะเนี่ย จริงๆพวกเราทำกันเสร็จ 11 เพลงนะ แต่พอถึงเวลาทำเป็นอัลบั้มจริงๆแล้ว เราก็ต้องตัดสินใจว่าเพลงไหนที่จะไปเพลงไหนที่จะอยู่ และไอ้ 8 เพลงที่เอ็งได้ยินนี่ก็เป็นเพลงที่เราเลือกมาแล้ว ส่วนอีก 3 เพลงที่เหลือก็ไมได้หายไปไหน แต่จะรวมอยู่ในโบนัสแทรคของอัลบั้มนี้หรือซิงเกิลที่จะออกมาในอนาคต

Q : คุณอยู่ในวงดนตรีที่มีมือกีตาร์ระดับเทพถึง 2 คน ผมว่ามันโคตรสุดยอดเลยนะ แต่ดูเหมือนผมเคยได้ยินคุณให้สัมภาษณ์ผ่าน MTV ครั้งนึงนี่ว่า คุณเฉยๆกับเรื่องนี้ ทำไมมันถึงเป็นแบบนั้นล่ะ ช่วยเล่าเกี่ยวกับ Herman Li หน่อยสิ

ZP : ผมเป็นนักร้องว่ะ ไม่ใช่มือกีตาร์ ถ้าอยากคุยกะเรื่องกีตาร์ก็วางสายแล้วโทรไปหาไอ้ตี๋ Herman แล้วกัน ผมไม่มีความเห็นอะไรเกี่ยวกับกีตาร์ทั้งนั้น

Q : งั้นขอวกกลับมาที่เรื่องอัลบั้มใหม่นี่แล้วกัน เท่าที่ผมฟังคุณพูดมาก็รู้สึกว่างานนี้มันไม่มีคอนเซปเลยใช่มั้ยอะไรเลยใช่มั้ย แต่ดูเหมือนคุณจะพยายามยกมาตรฐานของวงขึ้นด้วย ช่วยเล่าตรงนี้ให้ฟังหน่อยได้มั้ย ในฐานะที่พวกคุณโปรดิวซ์อัลบั้มกันเอง

ZP : อัลบั้มแรกของเรา Valley of the Damned คืออัลบั้มที่สร้างมาตรฐานให้กับวงเราทั้งหมด ส่วนอัลบั้มอื่นๆที่ตามมาคืองานที่เราต่อยอดจาก Valley ออกไป ซึ่งพวกเราต้องพยายามทำให้มันดีขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะถ้ามันแย่ลงก้ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะทำมันอีกแล้ว Ultra Beatdown คืออัลบั้มที่ต่อยอดมาจาก Inhuman Rampage แม้โครงสร้างเพลงจะคล้ายๆเดิมแต่เราก็พยายามเพิ่มเติมองค์ประกอบที่สดใหม่เข้าไปด้วย และผมแน่ใจได้เลยว่าสิ่งที่เราใส่ไปในอัลบั้มชุดใหม่นี้ค่อนข้างหาฟังได้ยากจากวงเมทัลทั่วๆไป มันมีเพลงที่บ้าบอมากๆ รวมไปถึงเพลงที่คนไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากพวกเราอีกมากมาย พวกเราไม่ต้องการทำเพลงที่มีแต่เมทัลเฮดเท่านั้นที่สามารถฟังมันได้ แต่พวกเราต้องการให้คนส่วนใหญ่ชอบมันด้วย

Q : พุดถึงเรื่องเมทัล ผมว่าในทุกๆวันนี้เมทัลมันแตกกิ่งก้านสาขาไปมากมายกว่าเมือก่อนมาก แล้วผมรู้สึกว่าเพลงที่ DragonForce เล่นอยุ่นั้นมันค่อนข้างเก่าและอนุรักษ์นิยมทีเดียว คุณเคยมีปัญหาบ้างมั้ยเวลาต้องขึ้นไปเล่นบนเวทีเดียวกับวงเมทัลสมัยใหม่อย่างพวก Slipknot, Distubed หรือ Walls of Jericho น่ะ

ZP : ผมไม่คิดแบบนั้นหรอกนะ เพราะไม่ว่าคุณจะเมทัลเล่นแนวไหนมันก็มีส่วนผสมที่คล้ายๆกันทั้งนั้น อย่าง เพลงของ Slipknot หรือ Disturbed ก็มีบางส่วนที่คล้ายๆกับพวกเราบ้างเหมือนกัน แต่ผมก้ได้ยินไอ้พวกเกรียนบางคนมันพูดกันนะว่า "เฮ้ย DragonForce มันเมโลดิกนี่หว่า แม่งเกย์นี่หว่า" อะไรทำนองนี้ แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าคุณจะฟังเมทัลแนวไหน เพลงที่ออกมามันก็ย่อมมีส่วนที่คล้ายเพลงของพวกเรานี่แหละ เพราะมันก็คือเมทัลเหมือนกัน ไอ้คนที่พูดแบบนั้นมันมีแต่พวกเกรียนเท่านั้นแหละ

Q : สุดท้ายแล้วมันก็คือ เมทัล แบบนั้นใช่มั้ย

ZP : ใช่แล้วเพื่อน สุดท้ายแล้วมันก็คือเมทัลนั่นแหละ

Q : ผมก็คิดเหมือนคุณนั่นล่ะ มีแต่พวกเกรียนเท่านั้นแหละที่ด่าเพลงของพวกคุณว่าเป็นเกย์ และอีกอย่างพวกคุณแสดงสดมันชิปหาย

ZP : แน่นอน ถ้าอยากรู้ก็มาดูพวกเราเล่นสดสิ บางทีอาจจะทำให้ไอ้พวกหัวเกรียนมีผมงอกขึ้นบ้างก้ได้

Q : พูดถึงเรื่องมันๆแล้ว มันเป็นอย่างไรบ้างที่ได้เดินทางตามความฝัน ได้เล่นกับวงดนตรีระดับตำนาน หรือได้อยู่ร่วมเวทีเดียวกับนักดนตรีฝีมือฉกาจทั้ง 5 นี่มันคือความฝันของคุณเลยรึป่าว

ZP : ใช่เลยเพื่อน นี่ล่ะสิ่งที่ผมฝันมาตั้งแต่เป็นเด็ก ตอนเด็กผมได้ดูมิวสิควิดีโอของวงอย่าง Skid Row, Poison, Pantera, Metallica และก็ฝันว่าอยากเป็นได้แบบพวกเขาจัง จนถึงตอนนี้ผมก็ยังงงๆกับความสำเร็จที่ถาโถมเข้ามานี้อยู่เลย แต่ถ้านี่เป็นฝันผมก็คงไม่อยากตื่นมาอีกแล้วล่ะ

Q : วกกลับมาเรื่องอัลบั้มอีกรอบนะ ผมรู้มาว่าพวกคุณโปรดิวซ์งานกันเองใช่มั้ย ดังนั้นคงไม่มีใครรู้จัก DragonForce เท่าพวกคุณกันเองอีกแล้ว ช่วยบอกถึงการตัดสินใจในวงทีสิ ว่าคุณมีเกณฑ์ในการเลือกเพลงเจ๋งๆออกมาได้ยังไงโดยไม่มีโปรดิวเซอร์มาคอยให้คำแนะนำ

ZP : ตั้งแต่ตั้งวงมาพวกเราก็โปรดิวซ์อะไรกันเองอยู่แล้ว เพราะมันเป็นเรื่องงี่เง่ามากที่จะเอาใครก็ไม่รู้ที่มันไม่รู้เอี๊ยอะไรเลยเกี่ยวกับสิ่งที่เราทำอยู่มานั่งชี้นิ้วเอาอย่างนู้นอย่างนี้ ไม่มีใครรู้จักดนตรีของ DragonForce ดีกว่าตัวพวกเราเองหรอก เพราะแบบนั้นแหละเราถึงต้องทำกันเองหมด เมือ่เพลงออกมาเราก็มาลงความเห็นกันว่านี่เป็นทิศทางที่วงเราต้องการจะไปหรือเปล่าก็แค่นั้น พูดง่ายๆคือเราทำให้ในสิ่งที่เราอยากทำ ใครจะคิดยังไงก็ช่างแม่ง

Q : โอ้ นั่นหมายถึงว่าในตอนที่บันทึกเสียงร้องกัน คนในวงก็ต้องรู้ว่าจะให้คุณร้องยังไงถึงจะเข้ากับซาวด์ที่ออกมามากที่สุดงั้นสิ แล้วมันมีปัญหาอะไรบ้างมั้ย

ZP : มันไม่เคยมีปัญหาอะไรเลยนะ เพราะเราทำทุกอย่างแบบค่อยเป็นค่อยไปมากๆ เราไม่ใช่พวกที่แบบทำดนตรีอาทิตย์นี้ แล้วอาทิตย์หน้าก็มาร้องกัน แต่เราทำทุกอย่างพร้อมๆกันไปหมดเลย เพราะงั้นถึงต้องบันทึกเสียงกลับไปกลับมาหลายรอบมาก 5 รอบนี่ถือว่าเป็นเรื่องปกติเลย มันเป็นเรื่องที่เหนื่อยโคตรๆเลยล่ะ

Q : ช่วงซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ได้ข่าวว่าพวกคุณจะทัวร์กันหลายที่เลยใช่มะ อย่างเช่นที่ Rockstar Mayhem Festival ซึ่งถือว่าเป็นงานใหญ่มากๆเลยนะ และคุณก็จะได้เล่นร่วมเวทีกับ Slipknot, Disturbed, Mastadon, Airborne, Five Fingered Death Punch, Machine Head ด้วย

ZP : แม่นแล้ว ใครว่างก้ไปดูพวกเราด้วยแล้วกัน

Q : คำถามสุดท้ายแล้ว ออกจะไร้สาระไปหน่อย มีเรื่องอะไรใน DragonForce ที่ถ้าคุณบอกไปแล้วจะมีใครตกใจมั้ย

ZP : มี คุณรู้ป่าว ว่า Vadim (มือคีย์บอร์ด) มันเคยเล่นกีตาร์มาก่อน แถมเล่นได้เก่งพอๆกับคีย์บอร์ดเลยด้วย

Q : ไม่เลย จิงดิ

ZP : ก็ลองไปคุยกะ Vadim สิ เนี่ย เดียวผมเอาเบอร์ให้เลยมั้ย

Q : โอเคครับ เดียวผมจะสัมภาษณ์ Vadim ต่อเลยแล้วกัน ขอบคุณมากๆนะครับ

ZP : ไม่เป็นไรเพื่อน พาลูกมาดูโชว์ของเราด้วย

(ต่อสาย Vadim)

 

Q: โย่ว! ว๊อท ซับ แหมน..!!!

Vadim: อ่าว มีไรวะพวก อยู่ดีๆถึงได้โทรมาหาผมเนี่ย

Q: ผมอยากจะสัมภาษณ์คุณหน่อยอะ เกี่ยวกับกับอัลบั้มใหม่น่ะนะ พอดีได้เบอร์มาจาก ZP แน่ะ

Vadim: ได้เลยเพื่อน แต่ว่านายรู้เปล่า ผมไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ใครตัวคนเดียวด้วยนะ ครั้งนี้จะจัดให้เป็นพิเศษเลยแล้วกัน

Q: โอเค งั้นมาเข้าคำถามแรกเลยแล้วกันนะ อัลบั้มใหม่ของคุณเนี่ย ผมฟังแล้วซาวนด์มันเหมือนกับอัลบั้มที่แล้วเลย แล้วตกลงมันมีอะไรพัฒนาหรือเปลี่ยนไปบ้างไหมเนี่ย

Vadim: ผมคิดว่าคงเป็นเรื่องของการบันทึกเสียงอะนะ ชุดที่แล้วผมว่ามันหยาบไปหน่อยว่ะ แต่ชุดนี้ไม่ใช่เลย มันทำได้ดีกว่ามาก แล้วเรื่องของอินโทร เอ๊าท์โทร หรือ มิดเดิ้ลเซคชั่น ก็มีลูกเล่นใหม่ๆเพียบเลยเหมือนกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน และนั่นทำให้อัลบั้มนี้ค่อนข้างมีความหลากหลาย มันมีทั้งจังหวะแทงโก้, แซมบ้า. ฟิวชั่นแจ๊ส อะไรต่อมิอะไรด้วยแหละ แต่เราก็พยายามทำมันสามารถเข้าถึงได้ง่ายมากที่สุดโดยเฉพาะท่อนคอรัสนี่สำคัญมากๆเลย

Q: อัลบั้มนี้มีแค่แปดเพลงเหมือนกับสองอัลบั้มที่ผ่านมา พวกคุณตั้งใจให้เป็นแบบนี้หรือเปล่า มีการตัดสินใจในการเลือกเพลงอย่างไรบ้างละ

Vadim: ผมคงตอบเหมือนคนอื่นว่า เราก็เลือกเพลงที่ดีที่สุดยังไงละ 55555 คือเราจะดูว่าซาวนด์มันดีจริงๆและก็ติดหูง่าย เราทำไว้ 11 เพลง แล้วก็มาคัดเลือกอันที่เหมาะสมและต้องเข้ากับเพลงอื่นๆได้ด้วย อย่างเพลง The Warrior ที่อยู่สุดท้ายเนี่ย เพราะว่าตอนเอ๊าท์โทรของมันมีบรรยากาศในแบบบัลลาดและออเคสตร้า แถมยังมีการประสานเสียงและเครื่องสายอีกด้วย มันเลยเหมาะแก่การปิดอัลบั้มมากๆ สิ่งใหม่อีกอย่างคือเราใส่คาแรกเตอร์ลงไปในหลายๆเพลง อ่อๆแล้วก็เพลงสุดท้ายนั้นผมก็ได้ทำการสแครชด้วยล่ะ

Q: คุณได้ปล่อยอัลบั้มที่ยังทำไม่เสร็จออกมา โดยมีเสียงเฮอมาน กับ แซมพูดแทรกอยู่ด้วย ในเมื่อถ้ายังไม่เสร็จแล้วจะส่งออกมาทำไมเนี่ย

Vadim: อืม.. แสดงว่านายก็ดาวน์โหลดละสิ 5555 คือจริงๆแล้วเราไม่มีเวลาอะ เราต้องทำการแถลงข่าวอีก แต่เราก็อยากให้อัลบั้มมันออกมาดีที่สุด ดังนั้นเราเลยต้องใช้เวลาอีกหน่อ