Judas Priest

posted on 30 Jul 2008 12:47 by rebirthera in Band-of-the-Week

 

ในเวลานี้คงไม่มีสิ่งใดที่มาแรงไปกว่าการกลับมาทวงบัลลังของ Metal God  Judas Priest กับคอนเซปอัลบั้ม อย่าง Nostradamus วันนี้เราเลยจับเอาพี่ KK Downing มาสัมภาษณ์ถึงเรื่องราวในการทำอัลบั้มชุดนี้ ส่วนจะมีอะไรกันบ้างนั้นก็ลองติดตามกันดูครับ

Q : สวัสดีครับ ยินดีด้วยกับการออกอัลบั้มใหม่ของพวกคุณนะครับ

KK : 555 ขอบคุณครับ

Q : พวกคุณอยู่บนเส้นทางนี้มาเกือบ 40 ปีแล้วนะ ถือว่ายาวนานเอามากๆ ผมว่าคุณคงชินแล้วใช่มั้ยกับความกดดันในการออกอัลบั้มใหม่น่ะ

KK : ไม่เลยครับ เพราะมีแฟนเพลงหลายคนคาดหวังกับอัลบั้มใหม่นี่เอาไว้สูงทีเดียว พวกเราก็เลยตื่นเต้นอยู่เหมือนเดิม แถมงานในชุดนี้ยังเป็นคอนเซปอัลบั้ม ซึ่งมันถือว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่มากๆสำหรับพวกเรา คุณก็รู้พวกเราไม่เคยทดลองทำอะไรแบบนี้ก่อน

Q : ทำไมถึงต้องเป็นคอนเซปอัลบั้มล่ะครับ แล้วทำไมมันต้องเกี่ยวกับ Nostradamus ด้วย

KK : ที่เรานำคาเรกเตอร์ของเขามาใช้เพราะว่าเขาคนที่มีตัวตนอยู่จริง ซึ่งมันมักมีแรงดึงดูดมากกว่าตัวละครที่เราสร้างขึ้นมาเอง แล้วพอเราได้ไปศึกษาเรื่องราวของเขาจริงๆแล้ว ผมรู้สึกว่าเขาเป็นคนลึกลับที่น่าสนใจมากๆ ชีวิตของเขามันเหมือนภาพยนตร์ซักเรื่องเลยล่ะ  พวกเราเลยตัดสินใจนำชีวประวัติของเขามาเล่าผ่านทางบทเพลงของพวกเรา

Q : แล้วคุณเอาทุกๆอย่างมารวมกันได้ยังไงล่ะ ตอนแรกผมได้ยินว่าพวกเขาเตรียมเพลงไว้ถึง 18 เพลง แล้วพอมาดูอีกทีในเว็บไซต์ส่วนตัวของคุณมันก็เพิ่มเป็น 23 เพลงแล้ว ช่วยเล่าให้พวกเราฟังทีเหอะ

KK : เพลงในอัลบั้มนี้มีทั้งหมด 23 เพลงครับ แต่จริงๆแล้วมีเพลงหลักอยู่ 14 เพลง ส่วนที่เหลือจะเป็นพวกอินโทร หรือเพลงที่เชื่อมเรื่องราวต่างๆของอัลบั้มเอาไว้น่ะ มีหลายเพลงที่มียาวมากเหมือนกันอันนี้มันเกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่ของเพลงแต่ละเพลง ส่วนเพลงที่เป็นเพลงเชื่อมนั้นเหมือนเราพยายามจะเชื่อมเหตุการณ์ต่างๆที่เข้ามาในชีวิตของเขาให้เป็นเรื่องราวเรื่องเดียว ซึ่งพวกเพลง Interlude นี่ส่วนใหญ่จะเป็นพวกเสียง อคูสติกกีตาร์  หรือไม่ก็เป็นเสียงพูด ยกตัวอย่างง่ายๆอย่างเพลง War (เป็นชื่อของ 1 ใน 4 ม้าโหด หรือ 4 horsemen of the apocalypse รายละเอียดเดี่ยวผมใส่ไว้ด้านล่างนะครับ) ก็จะมีอินโทรเป็นเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าเพื่อสร้างบรรยากาศก่อนจะนำคุณเข้าสู่ตัวบทเพลงที่แท้จริง

Q : ตอนที่วางแผนทำอัลบั้ม คุณเริ่มจากส่วนไหนก่อนครับ คอนเซป เนื้อเพลง หรือดนตรี

KK : ผมคิดว่าตอนแรกพวกเราก็อ่านชีวประวัติของ Nostradamus ก่อนนะ เพื่อให้รู้ว่ามันเป็นยังไง จากนั้นเราก็วางแผนทำดนตรีกัน ส่วนเนื้อร้องทั้งหมดก็เป็นหน้าที่ของ Rob (Halford) อยู่แล้ว แล้วเราก็นำเอาส่วนต่างๆมาปะติดปะต่อเข้าด้วยกัน พูดง่ายๆมันเหมือนทำสารคดีขึ้นมาเรื่องนึงนั่นละ ที่ลืมไมได้เลยคือเราต้องใส่เรื่องราวของ 4 horsemen of the apocalypse ไปด้วย ซึ่งนั้นคือไฮไลท์ของชีวิตเขาเลย

Q : พูดถึงเวอร์ชั่นของ CD แต่ละแบบหน่อย ผมรู้มาว่าพวกคุณออกอัลบั้มนี้แบบหลายเวอร์ชั่นมากเลย

KK : ถ้าเป็น CD มันจะเวอร์ชั่นแผ่นคู่ธรรมดากับ แบบ Deluxed Version ด้วย ซึ่งจะมี บุคเลทหนาถึง 48 หน้า ส่วนในฟอแมทแผ่นเสียงตอนแรกเราจะทำเป็นแผ่นคู่เหมือน CD นั่นล่ะ  แต่เราไม่สามารถเอาเพลงทั้งหมดยัดใส่ลงไปได้ พวกเราเลยต้องแบ่งออกมาเป็น 3 แผ่น ผมขอบอกได้เลยว่าอาร์ทเวิร์กในอัลบั้มนี้มันสุดยอดมากๆ (โฆษณาซะ -"-)

Q : คุณพอทราบราคาของแผ่นในเวอร์ชั่น Deluxed กับ ในแบบไวนิล มั้ย (เผื่อผมจะไปซื้อบ้าง)

KK : ผมไม่รู้เลย ทางสังกัดเป็นคนจัดให้หมด แต่ที่รู้คือมันขายหมดเกลี้ยงไปตั้งแต่วันแรกๆแล้ว -"-

Q : รู้สึกก่อนออกอัลบั้มนี้พวกคุณส่งเพลงชื่อเดียวกับอัลบั้ม (Title Track)  ไปโปรโมตตามสถานีวิทยุด้วย มันมีเนื้อหาอย่างไรบ้าง แล้วทำไมคุณถึงเลือกโปรโมตเพลงนี้

KK : จิงๆเพลง Nostradamus นี่มันไม่ใช่ไตเติลแทรคนะ มันคือเพลงๆนึงที่เราอยากเรียกมันว่า Nostradamus ส่วนเนื้อเพลงเกี่ยวกับอะไรนั้น คุณลองไปอ่านเอาเองแล้วกัน ตอนที่เราทำอัลบั้มนี้ทางสังกัดบอกให้เราส่งเพลงไปโปรโมตตามสถานีวิทยุต่างๆ 1 เพลง เราเลยเลือกเพลงนั้นเพราะเราคิดว่าเพลงนี้น่าจะเหมาะกับการโปรโมตที่สุด

Q : ผมยังไมได้ฟังอัลบั้มเต็มๆเลยนะ อยากรู้ว่ามันจะมีเพลงมันๆแบบเดียวกับ Breaking the Law รึป่าว

KK : เพลงที่คุณบอกมามันค่อนข้างโดดออกจากความเป็นคอนซปอัลบั้มน่ะ ในอัลบั้มนี้ผมอยากให้คนฟังรู้สึกเหมือนกับดูหนังซักเรื่องมากกว่า เพลงทุกเพลงมันเลยจะเชื่อมต่อกันเหมือนว่ามันเป็นเพลงเดียวกันหมด ทางที่คุณจะรู้ได้คือคุณต้องฟังมันอย่างตั้งใจเพื่อเก็บรายละเอียดและปะติดปะต่อเรื่องราวในอัลบั้มให้ได้ทั้งหมด ผมเลยไม่ค่อยอยากให้มีเพลงไหนที่มันดูเด่นกว่าเพลงอื่นน่ะ

Q : เท่าที่ผมฟังมาจากเพลงที่โปรโมตทางวิทยุ เหมือนกับว่าพวกคุณมีอินโทรที่ให้อารมณ์สมัยใหม่แบบพวก เอพิกเมทัล ด้วยหรือเหล่า แต่สไตล์การเล่นของพวกคุณนั้นมันค่อนข้างโอลสกูลไม่ใชหรอ แล้วคุณผสมผสานวัตถุดิบเหล่านี้เข้าด้วยกันได้ยังไงล่ะ

KK : การนำพวกซาวด์ออเครสตร้ามาใช้นี่มันใหม่สำหรับพวกเรามากเลย ที่คุณถามว่าคนผสมผสานสไตล์โอลสกูลเข้ากับซาวด์แบบนี้ได้ยังไง ผมคงตอบว่าในฐานะที่ผมเป็นนักดนตรีคนหนึ่งว่าผมคงไม่หยุดนิ่งกับสไตล์การเล่นเดิมๆหรอก ผมพยายามพัฒนาวิธีการเขียนเพลงและซาวด์ของวงให้ไปไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ที่แน่ๆคืออัลบั้มนี้พวกเราผสมผสานซาวด์ซิมโฟนิค ออสเครตร้า และเมโลดิกเข้าไปเยอะมาก นอกจากนี้ยังมีส่วนที่เป็นอคูสติกด้วย ผมรู้ว่ามีคนฟังเมทัลหลายคนไม่ชอบอะไรแบบนี้ แต่ผมว่ามันก้ไม่เห็นผิดอะไรที่เราจะทำแบบนั้น

Q : ไม่ผิดหรอกที่คุณจะพุดอย่างนั้น เพราะผมเองก็รูสึกว่าเมทัลมันกำลังเดินทางในไปในทิศทางที่แตกต่างจากต้นกำเนิดของมัน

KK : ทิศทางของเมทัลในทุกวันนี้มันค่อนข้างหนักกว่าเมื่อก่อนมาก ไม่ใชว่าผมไม่ชอบเพลงหนักๆนะ ผมเองก็ยังมีความสุขที่เล่นเพลงหนักๆเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าผมคงไม่อยากเล่นให้หนักเหมือนวงเมทัลในทุกวันนี้เหรอก

Q : ทุกวันนี้มีวงหน้าใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย มีวงดนตรีวงไหนที่ส่งอิทธิพลต่อการทำงานของพวกคุณบ้างไหม

KK : วงส่วนใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อเราก็คือวงที่ผมเคยฟังสมัยเป็นเด็กนั่นแหละ  ผมเห็นการเปลี่ยนแปลงของวงการดนตรีมาตลอด 40 ปีมานี้โดยตลอด ก็เลยไม่มีวงไหนที่สร้างอิทธิพลกับผมได้เท่าวงเก่าๆอีกแล้ว นั่น่ละคือสาเหตุที่พวกเราทำอัลบั้มนี้ขึ้นมา เพราะมันเป็นอะไรใหม่ๆที่ท้าทาย "ในเมื่อคุณหาแรงบันดาลใจจากวงหน้าใหม่ๆไมได้ คุณก็สร้างมันเองซะเลย" จริงๆเพลงของวงหน้าใหม่ๆมันค่อนข้างหนักไปสำหรับผมด้วย ผมชอบพวก คลาสสิค บลู แล้วก็ฮาร์ดร๊อค เมทัล ในสมัยของผมมากกว่า แต่ไม่ใชว่าวงใหม่ๆมันไม่ดีนะ เพียงแต่ว่าผมยังไม่เจอวงใหม่ๆที่ผมชอบเท่านั้นเอง

Q : โอเค หมดคำถามแล้วครับ ขอบคุณที่สละเวลามาตอบนะครับ

 KK ไม่เปนไรครับ ขอบคุณ

เป็นไงล่ะครับบทสัมภาษณ์ของ Judas Priest คงถูกใจหรือไม่ถูกใจใครหลายๆคน มีคนถามว่าเอาบทสัมภาษณ์ลงแข่งกับ Metal Mag รึป่าว ผมคงตอบได้เลยครับว่า "ไม่" เพราะในนาทีนี้คงไม่มีวงไหนที่ควรค่าแก่การเป็น Band of the Week เสมือนวงนี้อีกแล้ว อาจจะมีเนือ้หาบางส่วนในบทสัมภาษณ์ที่อ่านแล้ว งงๆ บ้าง เช่นเรื่องของ  4 Horsemen of the Aocalypse ว่าคืออะไร ผมได้เขียนอธิบายไว้ด้านล่างแล้วครับ

 

เกี่ยวกับคำทำนายของ Nostradamus ถึงสงครามวันสิ้นโลก Armageddon หรือ Apocalypse หรือ Jihad ที่กำลังจะเกิดในเวลาอันใกล้เข้านั้น จะเกิดขึ้นต่อเมื่อตราทัง 7 ถูกเปิดผนึก (The Seven Seals) ก็จะปรากฎกายของ 4 Horsemen of the Apocalypse หรือคนทรงม้าทั้ง 4 ซึ่ง Nostradamus ได้เห็นคนทรงม้าทั้ง 4 นั้นปรากฎกายขึ้นในความฝันของเขาครับ เรามาดูว่าคนทรงม้าทั้ง 4 นั้นมีบทบาทอย่างไรในวันสิ้นโลก

เมื่อดวงตราที่ 1 ถูกเปิดออก Conquest คนทรงม้าคนแรกจะขี่ม้าขาว มือถือคันธนู สวมมงกุฎ ออกมาทำให้โลกถูกครอบงำด้วยความทุกข์ ซาตานจะขึ้นมาปกครองโลก และสงครามก็จะตามมา

เมื่อดวงตาที่ 2 ถูกเปิดออก War คนทรงม้าคนที่ 2 ขี่ม้าสีแดง มือถือดาบ คนทรงม้าคนนี้จะนำโลกเข้าสู่สงครามที่ทำให้คนบนโลกตายถึง 1 ใน 3

เมื่อดวงตราดวงที่ 3 ถูกเปิดออก Famine/Pestilence คนทรงม้าคนที่ 3 ขี่ม้าสีดำ มือถือตาชั่ง จะนำพาโลกไปสู่โรคภัยไข้เจ็บและความอดอยาก

เมื่อดวงตราที่ 4 ถูกเปิดออก Death คนทรงม้าคนสุดท้าย ขี่ม้าสีซีด มือถือเคียว จำนำพาโลกไปสู่ความตายทั้ง 4 นั่นคือ to kill with sword, and with hunger, and with death, and with the beasts of the earth

ผมขอเขียนสั้นๆแค่นี้ก่อนละกันครับ เพราะหลังนี้ตราอีก 3 อันถูกเปิดออก เทวทุตทั้ง 7 ก็จะทำการเป่าแตร ทั้ง 7 อัน (The Seven Trumpets) แล้วพระเจ้าก็ขะชนะสงคราม ซาตานจะพ่ายแพ้ ซึ่งดูเหมือนมันจะยาวเกินฝันของ Nostradamus ซะแล้ว ทางเราหวังว่าข้อมูลเพียงเล็กน้อยตรงนี้คงช่วยให้คุณฟังอัลบั้มใหม่ของ Judas Priest ได้สนุกขึ้นไม่มากก็น้อย

Comment

Comment:

Tweet

ผมชอบ Painkiller ที่สุดแล้ว...

#4 By Zoham (124.157.221.209) on 2009-08-16 12:07

ไม่หรอกมั้ง
wink

#3 By โพลารอยด์ (124.157.182.165) on 2009-03-14 10:36

Judas Priest ชุดนี้ไม่มีเงินถ่ายรูปวงโปรโมตอัลบัมใหม่เหรอ

#2 By Lord Fam The Black Flames (124.120.246.49) on 2008-09-30 00:16

ต้องไปซื้อมาฟังซะและๆ

^^

#1 By COBHC (124.120.158.19) on 2008-08-05 22:29

Recommend